เมื่อวันที่ (26 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลท่าเรือ คุมตัวนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานความผิดล่วงละเมิดทางเพศหญิงชรา 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองได้ มาสอบปากคำหลังควบคุมตัวได้ห้องพักของวัดลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หลังไปขอบวชเป็นพระสงฆ์ ด้านเจ้าอาวาสตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับจึงแจ้งให้ตำรวจ สภ.ไทรโยค เข้ามาควบคุมตัวทันที
พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ระบุว่า จากการสอบปากคำนายสมบัติ ผู้ต้องหา เบื้องต้นยังให้การปฎิเสธ อ้างว่ารู้จักครอบครัวของผู้เสียหายเป็นอย่างดีเพราะเป็นคนในชุมชนเดียวกัน ในวันเกิดเหตุเข้าไปบ้านผู้เสียหายจริง แต่เข้าไปเพียงบีบนวดตัวให้หญิงวัย 73 ปีเท่านั้น แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ต้องรอผลตรวจร่างกายผู้เสียหายจากโรงพยาบาล คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 - 2 สัปดาห์ และรวบรวมหลักฐานต่างๆมาประกอบสำนวนคดี แต่จาการตรวจประวัติย้อนหลังพบว่า นายสมบัติ เคยก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่นมาตั้งแต่ปี 2537 พ้นโทษออกมาปี 2544 มีคดีลักทรัพย์ ครอบครองและจำหน่วยยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษในปี 2559 รวมทั้งหมด 9 คดี
ด้านลูกสาวของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ซื้อสุรา เพื่อดื่มกับสามีของตนเองที่บ้านหลัง แต่เกิดมีปากเสียงกับสามีและโดนทำร้ายร่างกายจนสลบไป จนตื่นมารุ่งเช้าพบว่าแม่มีอาการหวาดผวาร้องไห้ตลอดเวลา และมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย และยังมีสภาพจิตใจย่ำแย่ จึงให้แม่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของน้องสาวชั่วคราว
นางสาวพรเพ็ญ ผ่องอำไพ เลขาประธานชุมชน เปิดเผยถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหา เคยเสพยามากว่า 40 ปี และถูกจับกุมคดียาเสพติด พอพ้นโทษออกมาก็เสพยาใหม่ และมีนิสัยลักเล็กขโมยน้อยก่อเหตุกับคนในชุมชน แต่ไม่มีใครแจ้งความซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นหลานของผู้ต้องหาด้วย และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผู้ต้องหาเมายาเสพติดจนขาดสติจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ด้านผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ยอมรับว่า ในพื้นที่ย่านคลองเคยมีปัญหาเรื่องยาเสพติด
ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.ท่าเรือเข้มงวดเรื่องการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ให้มากขึ้น เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นชุมชนแออัดยากต่อการตรวจค้น แต่ยืนยันตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปบูรณาการร่วมกันการแก้ปัญหาในพื้นที่คลองเคย ส่วนนายสมบัติ ผู้ต้องหาตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมและจะตรวจหาสารเสพติดในร่างกายอย่างละเอียด ขณะนี้ยังไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพราะผู้ต้องหายังปฎิเสธข้อกล่าวหา