รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จัดรายการในตอน “ร้อง! ถูกแทงตาบอดคาห้องขัง” โดยสืบสืบเนื่องจากมีผู้มาร้องว่าถูกผู้ที่อยู่ในห้องขังด้วยกันที่ สภ.นครปฐม แทงตาบอด
นายวันชัย เพิ่มชม ผู้ประสบเหตุได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองตาบอดสนิทว่า วันที่เกิดเหตุ สภ.นครปฐมได้จับตนไปคุมขัง ผ่านไป 3-4 ชั่วโมงตำรวจได้จับผู้ต้องหาชาวลาวในคดียาเสพติดมาขังรวมกับตน จากนั้นผู้ต้องหาคนนั้นงัดกระเบื้องที่แตกอยู่ และนำมาแทงตาตน ทั้งๆที่ไม่รู้จักไม่มีเรื่องกัน โดยคาดว่าจะมีอาการไม่ปกติเนื่องจากเสพยาบ้า เพราะเท่าที่เห็นผู้ก่อเหตุมีอาการเหม่อลอย และมีท่าทางไม่น่าไว้วางใจ และอยู่ๆก็งัดเอากระเบื้องมาแทงและตะโกนว่า “ใครจะฆ่าเมียกู”
นายวันชัยเล่าต่อว่าตนร้องเรียกเจ้าหน้าที่นานมาก แต่ไม่มีใครมาเลย ซึ่งคาดว่าจะร้องอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อเจ้าหน้าที่มาแล้วต้องรอหน่วยกู้ภัยมาพาตัวตนเองไปโรงพยาบาล และไม่ได้ติดต่อหมอให้ผ่าตัดฉุกเฉินและปล่อยไว้ทั้งคืน และจนเช้าจึงได้ผ่าตัด และออกมาตาก็มองไม่เห็น และถึงวันนี้กว่า 6 เดือนไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลตนแม้แต่คนเดียว เขาบอกว่าไม่มีหมอตา แต่ถ้าไม่มีทำไมไม่พาตนไปโรงพยาบาลอื่น และพอติดต่อไปก็บอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และให้ไปขอค่าเยียวยาเบื้องต้นจากกระทรวงยุติธรรม
“เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เขาไม่น่าเอาผู้ต้องหายาเสพติดมาขังรวม และทำไมปล่อยให้มีกระเบื้องแตกอยู่ในห้องขัง”นายวันชัยกล่าว
นายวันชัยยืนยันว่าวันที่เกิดหตุเขาไม่ได้ทะเลาะกับผู้ต้องขังคนนั้น ภรรยายังซื้อข้าวไปเลี้ยงทุกคนในห้องขัง ไม่มีการพูดจาผิดหู ส่วนกระเบื้องที่ใช้แทงเราเห็นแต่แรกว่าแตกอยู่ ตนอยากให้เป็นคดีตัวอย่าง ไม่อยากให้ใครเป็นอย่างตนต้องใช้ตาข้างเดียวไปตลอดชีวิต
“อยากให้ ผบ.ตร.เอาผิดตำรวจชุดนนี้ เพราะเขาไม่เยียวยาผมเลย ทั้งๆที่อยู่ในความดูแลของเขา” นายวันชัยระบุ
ด้าน พล.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นการทำร้าย ตำรวจต้องมีหน้าที่ดูแลไม่ให้มีอะไรที่ไม่ปลอดภัย ถือเป็นความบกพร่องของคนที่ดูแล ห้องขังต้องดูแลทุกวัน พูดง่ายๆว่าอะไรที่เสียหาย ต้องตั้งคำถามว่าป้องกันได้หรือไม่ ทันทีที่ถูกควบคุมตัวถือว่าอยู่ในความคุ้มครองของพระเจ้า เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องดูแลให้ปลอดภัย เพราะเมื่อถูกคุมตัว เขาสิ้นอิสรภาพในการป้องกันตัวทุกประการ
พล.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า หากทะเลาะกันเองก็อีกเรื่องแต่ต้องไม่มีอุปกรณ์ที่เป็นอาวุธ กรณีนี้ต้องฟ้องแพ่ง ส่วนเรื่องอาญาก็เป็นเรื่องทนาย
“ปัญหานี้สะท้อนเห็นภาพใหญ่ว่า บ้านเราจับคนยัดห้องขังเยอะ แจ้งข้อหาง่าย สุดท้ายอัยการก็ไม่ฟ้อง คนก็แน่นเรือนจำ มีอยู่ในเรือนจำที่ศาลยังไม่พิพากษาถึง 60,000 คน แต่ตำรวจก็มักจะค้านการประกันตัว ซึ่งจริงๆควรเหลือสักหมื่นเดียว และคัดค้านเฉพาะคนที่มีพฤติการหลบหนีหรือทำลายหลักฐานไม่ใช่คิดเอาเอง” พล.ต.อ.วิรุตม์กล่าว