หลังก่อเหตุวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 10 ล้นบาท จากนายวิกกี้ ไวบัส นายหน้าค้าเพชร ชาวอินเดีย ซ้อนรถจักรยานยนต์ของ 1 ในผู้ร่วมก่อเหตุ หลบหนีไปนั้น
วันนี้ 13 ธ.ค. 2561 ตำรวจนำมาเป็นหลักฐานประกอบการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในข้อหา "ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม"
จากการสืบสวนนยังพบว่านายภิพัศ พงษ์พัศฐ์ ยังมีประวัติความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงบัตรประชาชน ตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน ในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรบึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เมื่อเดือนมี.ค. 2550 ความผิดข้อหาลักทรัพย์ พื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ปี 2551 ความผิดข้อหาวิ่งราวทรัพย์ พื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง เมื่อ ปี 2553 และถูกดำเนินคดีในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.เมืองจันทบุรี ปี 2558 โดยผู้ต้องหาเปลี่ยนชื่อตัวเองมาไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดวงจรปิด คนร้ายวิ่งราวเพชร 10 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับ
ส่วนที่มาของเพชร ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย ระบุว่าการติดตามเพชรในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกวันนี้มีการยิงเลเซอร์ข้อมูลลงในตัวเพชร โดยเฉพาะเพชรขนาด 1 กะรัตขึ้นไป ยิ่งเพชรเม็ดที่หายไปคือเพชร "ปรินเซส คัต" น้ำหนัก 10.05 กะรัต ที่มีใบเอกสารรับรอง จึงไม่ใช่เรื่องยาก
ส่วนที่ระบุว่า เอกสารรับรองไม่ใช่ของนายวิกกี้พ่อค้าชาวอินเดีย ตรวจสอบแล้วว่าเป็นของพ่อค้ารายนี้จริง อยู่ในการครอบครองนานกว่า 2 ปี จึงตัดประเด็นเรื่องการก่อเหตุหวังเงินประกัน ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพ “เพชรพรินเซสคัท” มูลกว่า 10 ล้านบาท ถูกคนร้ายวิ่งราว
ส่วนประเด็นที่นายวิกกี้ เลือกไปขายเพชรกับร้านของผู้ต้องหา ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจ เพราะนายวิกกี้ เป็นคนที่อยู่ในสมาคมเกี่ยวกับการค้าเพชรพลอยมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี แต่คาดว่ามาจากจำนวนเงินที่เป็นแรงจูงใจ
ส่วนการเลือกร้านเพื่อซื้อเพชรพลอยหรืออัญมณี โดยส่วนใหญ่ร้านค้าจะมีใบเอกสารการรับรองจากสมาคมหรือสถาบันการซื้อขายเพชร ซึ่งผู้ที่อยู่ในวงการจะสามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก หรือดูจากใบรับรองที่วางไว้ที่หน้าร้าน หรือหากกลัวถูกหลอกสามารถติดต่อสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทยได้
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้