“เจ ชนาธิป” เริ่มต้นที่ “สามพราน” กลับมาเนรมิต “สปอร์ตคลับ” ณ บ้านเกิด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติ "เจ ชนาธิป" เด็กสามพรานผู้ก้าวไปไกลจากสองขา มาวันนี้เขากลับมาเนรมิตบ้านเกิดให้เป็นสปอร์ตคลับ หวังสร้างนักฟุตบอลรุ่นต่อไป

กีฬาฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งของชาวโลกและชาวไทย ถ้าพูดถึงฟุตบอลแล้ว ไม่ได้เป็นเพียงกีฬาที่เล่นเพื่อออกกำลังกายหรือเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่บางคนใช้ฟุตบอลเพื่อประกอบอาชีพ อย่าง “เจ ชนาธิป สรงกระสินธุิ์” เจ้าของฉายา เมสซี่เจ นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่สามารถก้าวไปสู่เวทีการแข่งขันฟุตบอลในต่างประเทศได้

เจ ชนาธิป เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเริ่มต้นมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุด โดยวินเฟรด เชเฟอร์ โค้ชฟุตบอลชาวเยอรมัน และอดีตนักกีฬาฟุตบอล อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และ ทีมชาติจาเมกา เรียกตัวเข้าไปร่วมการแข่งขันใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2012 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย เจ เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 1 ขวบ และได้เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร และช่วงประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์ แต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องย้ายกลับบ้านเกิดตัวเองที่จังหวัดนครปฐมอีก เพื่อเข้าเรียนมัธยมต้นกับโรงเรียนสามพรานวิทยา

โดยพ่อของ “เจ” เป็นผู้ฝึกทักษะให้ชีวิตวัยเด็กของเจมักถูกมองข้าม เพราะรูปร่างที่เล็กเกินกว่าจะเป็นนักเตะอาชีพได้ แต่เขาก็แสดงให้เห็นว่าทักษะของเขาสูงกว่าใครๆ หลังจบชั้นประถมศึกษาช่วงนี้เขาได้เล่นฟุตบอลเดินสายกับทีม ซีแอล ไฮสปีด ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเดินสายชื่อดังในจังหวัดนครปฐม และได้สร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบันโดยช่วยให้พาณิชย์การราชดำเนินคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษารุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ได้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554  
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชนาธิป” เปิดสนามตัวเองใน จ.นครปฐม หวังสร้างดาวรุ่ง

หลังจากสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2012 เจ ชนาธิปได้รับโอกาสให้ลงเล่นกับต้นสังกัดเป็นครั้งแรก ในนัดเปิดสนามของไทยพรีเมียร์ลีก 2555 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามไอโมบาย แพ้ไป 2-1 และกลับมายิงประตูแรกได้สำเร็จอีกครั้งใน ในนัดที่บีอีซี เทโรศาสน ออกไปเยือนการท่าเรือไทย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวนั้นเขาทำผลงานได้เป็นที่น่าประทับใจ และเป็นที่จดจำของแฟนบอลอีกด้วย จากการที่ถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองแต่กลับสามารถทำประตูคนเดียวถึง 2 ประตู โดยสามารถนำพาทีมคว้าชัยชนะเจ้าถิ่นไปถึง 2-0

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : "เจลีก" เบอร์ 1 เอเชียกับการสร้างแรงบันดาลใจ
          ด้วยความสามารถและการเล่นอันแสนยอดเยี่ยม ทำให้ เจ ชนาธิป ได้รับตำแหน่งภายในทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายขึ้นมาจากทีมเยาวชน ซึ่ง เจ ชนาธิป ได้ลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 33 นัด ด้วยผลงานและลีลาการเล่นของเขาส่งผลให้ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ก้าวเข้าสู่ทีมชาติไทย ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ลงแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย ในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากที่ได้เคยเล่นในรอบคัดเลือกและติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012


          ต่อมา “เจ” ได้ก้าวสู่ทีมชาติ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ในฐานะตัวจริงของทีมชาติไทย คว้าอันดับ 3 ร่วมกับทีมชาติเกาหลีเหนือ ต่อมาในการไทยพรีเมียร์ลีกซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งแรก  เมื่อได้ทำประตูได้ 1 ประตู โดยยิงให้บีอีซี เทโรศาสน ตีเสมอบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนจะจบลงด้วยการบุกมาชนะ 3-2 ที่ลีโอสเตเดียม แต่ในช่วงท้ายเกมเขากลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัย นักเตะของบางกอกกล๊าส ซึ่งถือว่าเป็นการได้ใบแดงครั้งแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ        
          ปี 2557 เป็นช่วงที่ไม่ดีนักเมื่อเขาต้องพลาดโอกาสในการลงสนามเนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักจากการลงเล่นให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในกีฬาซีเกมส์ และได้กลับมาลงสนามนัดแรกในฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับเมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งต่อมาเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของบีอีซี เทโรศาสน

“เจ” ได้ทำหน้าที่ทีมชาติไทยอีกครั้งใน ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ คว้าอันดับ 4 มาครอง
          ต่อปี 2558  ก็เป็นอีกปีที่ยากลำบากของเขาเมื่อ ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงสนามมากนัก ส่งผลให้ บีอีซี เทโรศาสน ต้นสังกัดทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในลีก ทำให้เขาต้องย้ายไปร่วมสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว


          เจ ชนาธิป เปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดในไทยพรีเมียร์ลีก ในปี 2559 มาร่วมทีมเมืองทองด้วยสัญญายืมตัวพร้อมตัวเลือกซื้อขาดจากบีอีซี เทโรศาสนและได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของเมืองทองอย่างถาวรและได้ลงสนามนัดแรกให้เมืองทอง ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก  และการที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมของเขาส่งผลให้เมืองทอง ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 4

และความสามารถอันโดดเด่นนี้เองทำให้สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโรทีมฟุตบอลจากเจลีกของญี่ปุ่นได้ติดต่อมายังสโมสรเมืองทองเพื่อดึงตัวชนาธิปไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว
ปัจจุบัน “เจ”  เล่นให้กับสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร  โดยเขาเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ได้เล่นในเจลีก ดิวิชัน 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  “เมสซี่เจ” เปิดตัวพร้อม 8 นักเตะ "คอนซาโดเล่ ซัปโปโร"

และในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาได้เป็นกำลังสำคัญของทีมจากการลงเล่น 30 นัด ยิงไปถึง 8 ประตู และทำให้ทางสโมสรตั้งค่าตัวเขาไว้ที่ 6.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 200 ล้านบาท   โดยในขณะนี้เขารับค่าเหนื่อยอยู่ที่ปีละ 9,600,000 เยน  หรือปีละ 3 ล้านบาท หรือตกเดือนละประมาณ 250,000 บาท  

โดยขณะนี้ “เจ” ได้ทุ่มเงิน 40 ล้าน เปิดสนามฟุตบอล Chanathip Sport Club เป็นของตัวเอง บนพื้นที่ 5 ไร่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  เขาเปิดเผยว่า“รู้สึกดีใจและมีความสุขมากๆ ผมเตะฟุตบอลมา ก็เอามาซื้อ ลงทุนกับที่นี่ ก็หวังว่าในอนาคตจะมีนักเตะที่เก่งกว่าผม สนามแห่งนี้ก็จะมีครอบครัวและคุณพ่อก็ช่วยกันดูแล และจะนำเอาโค้ชที่มีไลเซนส์มาฝึกสอน ซึ่งเด็กที่สนใจก็สามารถติดต่อได้ทางเพจ Chanathip Sport Club ก็จะมีคนช่วยดูแล และก็อยากให้เก่งกว่าชนาธิป เพราะชนาธิปยังไม่เก่ง บางครั้งถ้าผมมีเวลาผมก็จะลงไปช่วยสอน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา”
          กว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านการฝึกฝนและอุปสรรคอย่างมากมาย อีกทั้งยังเคยถูกสโมสรแห่งหนึ่งในไทยปฏิเสธมอบสัญญานักเตะอาชีพให้ด้วยเหตุผลที่ว่า "ตัวเล็กเกินไป" แต่ปัจจุบันหนุ่มร่างจิ๋วคนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองและตอบแทนความฝันของพ่อของเขา ด้วยการเป็นแข้งกำลังหลักของทีมชาติไทย โดยได้รับฉายา "เมสซี่เมืองไทย" และกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ