หากย้อนดูจะเห็นว่านายกฯจะปล่อยผลงานเพลงใหม่มาทุกปีและบางปีมีถึง 2 เพลง
อย่างไรก็ตาม หากถอดรหัสจากเนื้อเพลงที่ “ประยุทธ์” แต่งนั้นจะเห็นนัยยะทางการเมืองที่ถูกใส่ไว้ในเนื้อหาอันสอดคล้องกับสถานการณ์ และสิ่งที่เขาต้องการจะบอกและสิ่งที่ต้องการจะ “เห็น”
เริ่มด้วย เพลงแรก “คืนความสุขประเทศไทย” ซึ่งหากนับคงเป็นซิงเกิลที่ฮิตที่สุด กับท่อน “เราจะทำ ตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน” ร้องกันทั่วบ้านทั่วเมือง
เพลงนี้ออกมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2557 ภายหลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. เพียงไม่กี่วัน
โดยเนื้อเพลงกล่าวถึงสถานการณ์ที่ต้องเจอก่อนหน้านี้โดยใช้คำว่า “วันนี้ชาติเผชิญพาลภัย ไฟลุกโชนขึ้นมาทุกครา ขอเป็นคนที่เดินเข้ามา ไม่อาจให้สายไป”
ซึ่งเป็นการบอกเหตุผลของการเข้ามาสู่การยึดอำนาจ และบอกกับประชาชนด้วยว่า “จะขอเวลาอีกไม่นาน” และ “จะทำตามสัญญา”
เพลงที่สอง “เพราะเธอคือประเทศไทย” เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2558 หลังจากเพลงแรกกว่าหนึ่งปี ซึ่งบรรยากาศช่วงนั้น ถือเป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังระบุว่าอยู่ในการปฏิรูป และเนื้อหาเป็นการเรียกร้อง ความร่วมมือ คล้ายจะบอกว่าเพียงลำพังของตัวนายกฯเองไม่สามารถทำได้ ในท่อน “แต่มีเพียงสองมือ กับหนึ่งลมหายใจ พลังคงไม่พอจะสร้างฝันให้เป็นไป”
ดังนั้นจึงต้องการ “แต่หากเราร่วมมือ ต่อเติมลมหายใจ วันที่หวังนั้นคงไม่ไกล เพื่อประเทศไทยของทุกคน”
ถัดมาอีกหนึ่งปี พล.อ.ประยุทธ์ ได้เผยแพร่ผลงานเพลงที่ 3 “ความหวังความศรัทธา” ในวันที่ 26 ต.ค. 2559 คราวนี้ดูเหมือนว่า สิ่งที่นายกฯต้องการอาจมิใช่เพียงความร่วมมืออย่างเดียว เพราะเริ่มเผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายต่างๆ คราวนี้เขาเลือกขอให้มี “ความหวัง” และ “ความศรัทธา” เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างความร่วมมือ
“ความศรัทธาความหวัง สร้างพลังที่แสนยิ่งใหญ่ ร่วมมือร่วมใจ ก้าวเดินไปสู่ปลายทาง”
จากนั้นไม่กี่เดือน ซิงเกิลที่ 4 ก็ตามมาติดๆกับ เพลง“สะพาน” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560
ครั้งนี้นายกฯอยู่ในตำแหน่งมาเกือบ 3 ปี แล้ว และผจญกับปัญหาต่างๆมากมาย และเป็นอีกครั้งที่พูดถึงปัญหาของประเทศ
“อาจจะนานที่สู้เพื่อเธอ เพื่อแผ่นดินที่แสนรักมั่น นานแค่ไหนรู้ไว้ไม่หวั่น หัวใจ
เมื่อต้องเจอเเม่น้ำเชี่ยวกราก อุปสรรคที่แสนยิ่งใหญ่ จะพาเธอให้พ้นทุกข์ภัย เช่นไร”
โดยคราวนี้นายกฯได้เสนอตัวอีกครั้ง พร้อมบอกว่าพร้อมจะเป็นสะพานที่พาคนในชาติก้าวข้ามปัญหาไปให้ได้
“ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามไป ปลายทางที่ฝัน จะพาถึงฝั่ง ดั่งที่ตั้งใจ
ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามสู่ความร่มเย็น สดใส วันนั้นอีกไม่ไกล สิ่งที่ฝันไว้ จะกลายเป็นจริง”
ต่อมาถึงผลงานที่ 5 กับเพลง “ใจเพชร” ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2561 คราวนี้ต้องบอกว่า “ประยุทธ์” เผชิญมรสุมต่างๆมากมาย เพราะอยู่ในตำแหน่งเกือบครบ 4 ปี แรงต้านมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคล้ายเป็นการปลุกกำลังใจ ทั้งให้ตัวเองและผู้สนับสนุน
“ฟ้าคำรามเท่าไรยังมุ่งไปตั้งใจเต็มที่ รู้แค่ใจคิดดีไม่เคยสะท้าน ยามตกน้ำไม่ไหลแม้ตกไฟย่อมจะพ้นผ่าน มีความดีเท่านั้นแคล้วคลาดเสมอ”
ถัดมาไม่ถึง 2 เดือนกับเพลงที่ 6 “สู้เพื่อแผ่นดิน” เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2561
คราวนี้ “ประยุทธ์” แสดงอาการเหนื่อยล้าผ่านบทเพลงอย่างเห็นได้ชัด จากท่อน “ฉันตั้งใจสู้เพื่อแผ่นดิน แม้มีใครติฉินเท่าไหร่ ทุกวันเหนื่อยกาย อดทนต้องเก็บเอาไว้ เพราะเสียงหัวใจ บอกให้ทำเพื่อแผ่นดิน”
และเรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือ เหมือนที่เป็นมาในท่อน “ฉันยังมีความหวัง เชื่อว่าวันพรุ่งนี้ อะไรต้องดีกว่าเดิม สิ่งที่เรามุ่งหมายในวันที่เราริเริ่ม จับมือกันเดินข้ามมา มองด้วยใจ ด้วยความจริง จะเห็นว่ามันดีกว่า ไม่ไกลหรอกหนา มองไปข้างหน้า ทุกวันต้องดีขึ้นไป”
และผ่านไปกับผลงานที่เพิ่งออกมาล่าสุด (10 ม.ค. 2562 ) ในเพลง “ในความทรงจำ” ซึ่งคราวนี้ทำให้มองเห็นนัยยะทางการเมืองต่างๆได้ชัดขึ้น เพราะห้วงนี้ต้องเรียกว่าใกล้เลือกตั้งเข้ามาเต็มที และ “ประยุทธ์” เองก็ถูกจับตาว่าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งผ่านการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐ
คราวนี้ “ประยุทธ์” เลือกที่จะพูดถึงปัญหาในอดีต และขอให้ทุกคนจำเอาไว้
“เคยโกรธเคือง หัวใจแยกกันเป็นฝ่าย กว่าจะรวมกลับมาไม่ง่าย ไม่ง่ายเลย”
“คยเจ็บช้ำ ขอเพียงต้องไม่ลืมง่าย อย่าให้ใครเขามาทําลายอย่างเคยมา”
พร้อมทั้งบอกว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้างผ่านท่อน
“เราเดินมาไกล จนความวุ่นวายใกล้หลุดพ้น เราเริ่มต้น สร้างความมั่นคงได้มากมาย”
และที่ถูกจับตามองว่ามีนัยยะทางการเมืองซ่อนไว้หรือไม่ กับท่อน
“เส้นทางต่อจากนี้ จงตรองดูให้ดีด้วยหัวใจ”
“การเปลี่ยนแปลง เริ่มตรงที่เราคิดใหม่”
เหล่านี้ล้วนเป็น “สาร” ที่ “ประยุทธ์” ต้องการ “สื่อ” ผ่านเพลงต่างๆ อันผันแปรไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่สำคัญเป็น “สาร” ทางการเมืองและสิ่งที่กำลังจะเกิดและเขาอยากจะบอกกับประชาชน