เมื่อวันที่ (11ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถจักรยานยนต์สีแดง-ดำ ทะเบียน กลร 321 ปัตตานี ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ริมทางถนนสายชนบท บริเวณหมู่ 4 ต.บาราเฮาะ อ.เมืองปัตตานี โดยเชื่อว่ารถคันนี้เป็นหนึ่งในรถต้องสงสัยใช้ก่อเหตุยิงอาสาสมัครเสียชีวิต 4 คน ในโรงเรียนบ้านบูโกะ เมื่อวานนี้ตรวจสอบทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของ นายฮานาฟี มะยูแด ชาวบ้านตำบลบาราโหม อ.เมืองปัตตานี แจ้งถูกโจรกรรมไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม
ส่วนที่โรงเรียนบ้านบูโกะ วันนี้ทางโรงเรียนประกาศปิดเรียนชั่วคราว เนื่องจากครูและนักเรียนยังคงตกใจและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนเร่งทำความสะอาดบริเวณอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานวันเด็กในวันอังคาร ที่ 15 มกราคม
การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เรียกประชุมหัวหน้าชุดปฏิบัติการและชุดสืบสวนสอบสวน คาดว่าผู้ก่อเหตุมีประมาณ 7-8 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลบหนี 4 คัน โดยเชื่อว่าแยกกันหลบหนีเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนำอาวุธปืน 4 กระบอกที่ขโมยมาติดไปด้วย ส่วนอีกกลุ่มเป็นชุดจัดเสบียงและดูต้นทาง
ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 5 คน ในจำนวนนี้มีทั้งผู้รู้เห็นกับการก่อเหตุ และผู้สนับสนุน จากการสอบปากคำพยานและผู้ต้องสงสัยบางคนให้ข้อมูลเป็นประโยชน์
นอกจากนี้การตรวจดีเอ็นเอผู้ก่อเหตุที่ถูก อส.ยิงบาดเจ็บพบว่าตรงกับผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม พร้อมประสานโรงพยาบาลหากพบผู้มารักษาให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ส่วนผลการสอบสวนผู้ต้องสงสัย เหตุฆ่าชิงรถกระบะไปประกอบเบิดคาร์บอมบ์ไปวางที่หน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา อ.เทพา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนแล้ว 8 คนนั้น การสอบปากคำ 1 ในผู้ต้องสงสัยยอมรับสารภาพว่าเป็นแกนนำปลุกระดมแนวร่วมในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย แต่ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับการฆ่าแขวนคออดีตครูแล้วชิงรถไปประกอบระเบิด
ส่วนผลตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนต้องสงสัยที่ตรวจยึดได้ภายในขนำ ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านควน หรัน ต.เปียน นั้นพบเป็นที่ชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับประกอบระเบิดจริง แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลานั้น ประกอบจากที่นี่หรือไม่
สำหรับผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่หลบหนีไประหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในขนำ พบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวงจรระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวเพราะเชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญในการขยายผลไปยังขบวนการ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จ.สงขลา เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดทั้งในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนของจ.สงขลา คือ อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย รวมทั้งเมืองเศรษฐกิจอย่าง อำเภอหาดใหญ่ สะเดา และตัวเมืองสงขลา เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง หลังการข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของ นายมายาโก๊ะ ลาเต๊ะ แกนนำระดับปฏิบัติการ เข้ามาในพื้นที่ชายแดนสงขลา ซึ่งอาจมีแผนเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ระยะนี้