สถานการณ์ทางการเมืองที่เวเนซุเอลากำลังร้อนระอุ หลังประชาชนแนวร่วมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนับแสนคน ออกมาเดินขบวนไปตามถนนในกรุงการากัส รวมถึงอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อกดดันให้ ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ลาออกจากตำแหน่ง ทั้งที่เขาเพิ่งจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
โดยช่วงก่อนการชุมชุมนุม มีรายงานการปะทะกันระหว่างม็อบสนับสนุนและม็อบต้านรัฐบาล จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 คน
ขณะที่สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาหลายชาติ ออกมาประกาศรับรองนาย ฮวน กูเอโด ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ของเวเนซุเอลา ให้ขึ้นเป็นผู้นำตัวจริง ที่มีสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองประเทศ เนื่องจากมองว่าการเลือกตั้งในเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งนายมาดูโร ได้รับชัยชนะ เป็นเพียงการจัดฉาก โดยนายกูเอโดได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้านนายมาดูโรออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศตัดสัมพันธ์กับสหรัฐฯ พร้อมสั่งขับไล่เจ้าหน้าที่ทูตของอีกฝ่ายออกนอกประเทศภายในเวลา 72 ชม. แต่ดูเหมือนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่สนใจ โดยทรัมป์ยืนยันว่ามาดูโรไม่มีอำนาจใดๆในรัฐบาลแล้ว จากนี้ไป รัฐบาลสหรัฐฯอาจพิจารณาใช้ทุกช่องทาง รวมถึงการใช้กำลังทางทหาร เพื่อทำให้ นายมาดูโร ลงจากตำแหน่งให้ได้
สอดคล้องกับนาย นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่า สหรัฐฯจะไม่ถอนคณะนักการทูตออกจากเวเนซุเอลา เพราะนายมาดูโรไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมในการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ และนับจากนี้ไป รัฐบาลวอชิงตันจะติดต่อประสานงานกับรัฐบาลที่นำโดยผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาเท่านั้น
ม็อบหนุนรัฐบาลเวเนซุเอลา บุกทำร้าย ส.ส.กลางสภาเจ็บ 5 คน
เวเนซุเอลาประท้วงขับไล่ผู้นำ หลังขยายประกาศภาวะฉุกเฉิน
รัฐบาลเวเนซูเอลาส่ง “มาดูโร” ชิงเก้าอี้ผู้นำอีกสมัย ขณะที่ฝ่ายค้านถูกขังในเรือนจำ
จนถึงขณะนี้ กองทัพเวเนซุเอลายังคงภักดีกับนายมาดูโร เช่นเดียวกับรัฐบาลรัสเซีย ที่ประกาศสนับสนุนให้นายมาดูโรเป็นผู้นำเวเนซุเอลาต่อไป ซึ่งหากสหรัฐฯและรัสเซียเข้ามาแทรกแซงมากกว่านี้ หลายฝ่ายกังวลว่า สถานการณ์อาจบานปลายเป็นสงครามกลางเมือง