ทีมกู้ภัยบราซิลใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์ และรถแบ๊คโฮ เข้าขุดตามซากดินโคลน เพื่อค้นหาผู้สูญหายอีกกว่า 300 คน จากเหตุเขื่อนของเหมืองเหล็กที่พังถล่ม ในเมืองบรูมาดินโญ (Brumadinho) รัฐมินาส เกียราส ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหวังในการพบผู้รอดชีวิตที่เริ่มริบหรี่ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน อยู่ที่อย่างน้อย 34 คน และมีคนงานเหมืองได้รับความช่วยเหลือกว่า 3050 คน
จนถึงขณะนี้ บริษัท วาเล่ (Vale) ซึ่งเป็นเจ้าของเหมือง ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่ทำให้เขื่อนดังกล่าวพังถล่มลงมาได้ แต่ในเบื้องต้น ทางการได้สั่งปรับและอายัดเงินจากบัญชีของบริษัท อย่างน้อย 52,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซม และชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ โดยจะมีการสอบสวนเพื่อนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มาลงโทษ
ขณะที่ประธานบริษัท วาเล่ ออกมายืนยันว่าการตรวจสอบเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเขื่อนแห่งนี้ยังอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง แต่ได้หยุดใช้งานเขื่อนแห่งนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ล่าสุด ประธานาธิบดี จาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย พร้อมทวีตข้อความว่า มันยากที่จะไม่รู้สึกเสียใจ เมื่อได้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายมากเพียงใด
โดยนายโบลโซนาโร ได้ตอบรับความช่วยเหลือจากทางการอิสราเอล ที่เสนอจะส่งเครื่องมือมาช่วยภารกิจค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ สำหรับเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเที่ยงวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างที่คนงานเหมืองกำลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่ที่โรงอาหารพอดี ทำให้มีคนงานถูกดินโคลนถล่มทับเป็นจำนวนมาก