กระทรวงอุตฯ ชี้ PM2.5 ยังไม่อยู่ในมาตรฐานโรงงาน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจโรงงานขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงการต่อการปล่อยมลพิษ ในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมระบุว่าขณะนี้มีโรงงานที่เสี่ยงต่อการ ปล่อยมลพิษทางอากาศกว่า 1,700 แห่ง

เมื่อวันที่ (31 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ค่าฝุ่นที่วัดในโรงงาน ต่างจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่วัดในอากาศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่บรรจุ ค่าฝุ่น PM2.5 เป็นค่ามาตรฐานของโรงงาน  สภาพภายในโรงงานผลิตเหล็กเส้น แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหนึ่งในสองโรงงานที่กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยนาย ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นภายในโรงงาน

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่า สภาพภายในโรงงาน และขั้นตอนการผลิตถือว่าอยู่ในมาตรฐาน แต่ปัญหาที่พบคือเรื่องของการขนส่งภายในโรงงาน ที่ทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายและส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

ขณะที่นายจุลพงษ์ ทวีศรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าค่าฝุ่นที่ได้จากโรงงานแห่งนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานโรงงาน ซึ่งเป็นคนละเกณฑ์กับที่ใช้วัดฝุ่นในสภาพอากาศทั่วไป ซึ่งปริมาณฝุ่นรวม ที่วัดได้ในโรงงานนี้อยู่ที่ประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขณะที่มาตรฐานโรงงานอยู่ที่ 5,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ดีมาก ซึ่งอนาคตกระทรวงอุตสาหกรรมจะเพิ่มมาตรฐานฝุ่น pm2.5 และpm10 ต่อไป

สำหรับโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการปล่อยมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล  มีประมาณ 1,700 แห่ง ดำเนินการตรวจสอบไปแล้วกว่า 350 แห่ง โดยในจำนวนนี้ได้สั่งให้ดำเนินการปรับปรุงไปแล้วจำนวน 11 แห่ง และต่อจากนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งโรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พร้อมกับหน่วยงานที่ยวข้องต่อไป หากพบโรงงานที่ระบายอากาศเกินค่ามาตรฐานกำหนด จะมีโทษตั้งแต่ปรับไม่เกิน 200,000 บาท จนถึงสั่งปิดโรงงาน

ขณะที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ทั้งรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศจำนวนทั้งหมด 2,075 คัน รวมทั้งรถ บขส.อีก 240 คัน จะมีการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิง B20 เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันดีเซล หลังทดลองแล้ว เครื่องยนต์ไม่มีปัญหา รวมถึงลดการปล่อยมลพิษในอากาศ

นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลล์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทฯผลิตและจำหน่ายรถที่ใช้น้ำมัน B20 อยู่ที่ประมาณ 3 แสนคัน โดยเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่  ส่วนรถบรรทุกขนาดเล็ก และรถกระบะได้ปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันมาอยู่ที่ EURO4 ตอนนี้จึงยังไม่แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้น้ำมัน B20 แม้จะมีราคาถูกกว่าในช่วงแรก โดยขอพิจารณาความชัดเจนจากภาครัฐก่อน เพราะยังมีข้อกังวลในเรื่องการส่งเสริมที่อาจไม่ต่อเนื่อง รวมถึงสถานีจำหน่ายน้ำมันที่อาจไม่เพียงพอ และมีค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยน

ด้านนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า การใช้น้ำมัน B20 สามารถลดมลพิษสู่อากาศได้มากกว่า 50%  และยังช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์และราคาน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาด

โดยยืนยันว่าในส่วนของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้ง ปตท.และบางจาก จะนำร่องจำหน่ายน้ำมัน B20 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (1ก.พ.62)  ในช่วงนี้ยังมีราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติทั่วไป 5 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนพิเศษที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากนั้นจะจำหน่ายในอัตราปกติที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป 3 บาทต่อลิตร ส่วนมาตรการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศระยะยาว กรมธุรกิจพลังงานมีแผนที่จะใช้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเป็น EURO 5 ลดค่ากำมะถันได้ 5 เท่า

ขณะที่กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ออกมาแถลงข่าว แสดงความกังวลต่อ ร่างกฏหมายโรงงาน ที่ผ่าน ครม.และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่ามีช่องว่างที่จะอาจจะก่อทำให้เกิดการเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมง่ายขึ้น และจะเป็นจุดกำเนิดของมลพิษในอากาศ โดยสิ่งที่กังวลต่อ ร่าง พ.ร.บ.โรงงานฉบับนี้ การเปิดช่องให้โรงงานสามารถทำได้ง่ายขึ้น

โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ คำนิยามคำว่าโรงงานถูกเปลี่ยน ทำให้โรงงานขนาดต่ำกว่า 50 แรงม้า หรือกิจการที่มีคนงานน้อยกว่า 50 คน ไม่ถือเป็นโรงงาน นั่นหมายความว่าจะไม่ต้องคำนึงถึงกฏหมายผังเมือง  ผู้ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมกังวลว่า การที่โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยลดทอนกระบวนการตรวจสอบ อาจส่งผลให้ปัญหามลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ