เมื่อวันที่ (1 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัญชลี กัลมาพิจิตร และนายพิชญะ กัลมาพิจิตร ลูกสาวและลูกชายของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เจ้าของปางช้างแม่สา เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณีที่ถูกขัดขวางการเคลื่อนย้ายศพของ นายชูชาติ เพื่อไปชันสูตรตามขั้นตอนของกฏหมายด้วย
สำหรับศพของนายชูชาติ ล่าสุดตำรวจสามารถเคลื่อนย้ายศพจากโบสถ์เซนต์นิโกลาส เพื่อส่งไปผ่าพิสูจน์ที่ภาควิชานิติวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงดึกคืนวานนี้ คาดว่าจะรู้ผลสัปดาห์หน้า
นางอัญชลี ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไรมาก่อน ลูกทุกคนรักเคารพและเชื่อฟังพ่อมาก เพราะพ่อถือเป็นเสาหลักของครอบครัว ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยช่วยพ่อบริหารงานที่ปางช้างมาระยะหนึ่ง กระทั่งติดตามสามีไปทำงานต่างจังหวัด จากนั้นน้องชายอีกคนได้เข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งช่วงที่พ่อมีชีวิตลูกทุกคนก็พูดคุยและเข้าใจกันดี
แต่ปัญหาเกิดขึ้นมาจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาท หรือ ผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพ่อ ไม่เข้ามาพูดคุยกับครอบครัว ทำให้เกิดความขัดแย้ง และที่สำคัญต้องการทราบสาเหตุการตาย เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยในหลายประเด็น ส่วนเรื่องอื่นยังไม่ขอพูดถึง ทั้งเรื่องพินัยกรรม มรดก และการบริหารจัดการธุรกิจของครอบครัวหลังจากนี้
พันตำรวจเอกปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งพนักงานสอบสวนดำเนินตามกฎหมาย ในส่วนคดีการชันสูตรศพเมื่อมีผู้มาร้อง เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบร่วมกับแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้สั่งให้พนักงานสอบสวนลงตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ หรือ สถานที่ที่นายชูชาติเสียชีวิต เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ ก่อนส่งให้พนักงานอัยการตรวจสอบ
ส่วนความขัดแย้งในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องมรดก และพินัยกรรม ทางตำรวจยังไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พร้อมยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยความเป็นกลาง และดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน