นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เทศบาลเมืองท่าผา ตรวจสอบความแข็งแรงและความปลอดภัยของท่าน้ำ รวมไปถึงสถานที่ตั้งปลัมพิธีให้มีความพร้อมมากที่สุด นอกจากนั้น ได้ประสานไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 และสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เพื่อทำการตรวจคุณภาพน้ำแล้ว
ในส่วนของวันพิธี จะได้อัญเชิญน้ำที่ผ่านพิธีพลีกรรมตักน้ำ บรรจุลงในภาชนะ เพื่อนำเข้าพิธีเสกน้ำ ณ วิหารพระมงคลบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง อ.เมือง จากนั้นจะอัญเชิญเข้าพิธีอภิเษกพร้อมกันกับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศอีกครั้ง ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ก่อนอัญเชิญไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป
นักวิชาการเก็บน้ำ 4 สระศักดิ์สิทธิ์ เตรียมใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก
ทั้งนี้จังหวัดราชบุรีได้เลือกน้ำในสระน้ำโกสินารายณ์ เนื่องจากสระน้ำแห่งนี้มีความเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยลพบุรี หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความกว้าง 200 เมตร และยาว 400 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศเหนือนอกกำแพงเมือง “ศัมพูกปัฏฏนะ” หรือเมืองโกสินารายณ์ มีระบบชลประทานแบบบารายขนาดใหญ่เฉกเช่นแบบเขมรโบราณ แล้วขุดคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำแม่กลอง สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค โดยในปี พ.ศ.2509 ได้มีการขุดพบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีสลักจากหินทราย ไม่มีเศียร อยู่ภายในจอมปราสาท
ที่สระโกสินารายณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2554 ทางจังหวัดได้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมากด้วย