เมื่อวันที่ (7 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นครั้งแรกที่มีการนำตัวนายฝน ผู้ต้องหาในคดีเด็กชายซูลุยผิว ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน หลังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งปล่อยตัวชั่วคราว และนายฝนตอบคำถามสื่อสื่อมวลชนในบางประเด็นเท่านั้น บางช่วงผู้สื่อข่าวสอบถามนายฝน ว่ารู้จักกับเด็กชาย ซูลุยผิวหรือต้าแง หรือไม่ นายฝนบอกว่า น้องต้าแง เป็นตำรวจ รู้จักกันมานาน 5 ปีแล้ว น้องต้าแงยังไม่ตาย พร้อมแสดงบาดแผลที่ข้อมือขวาให้ดู โดยอ้างว่าถูกบุหรี่จี้
นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ระบุว่า จะดำเนินคดีกับตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยอ้างว่าการทำคดีของตำรวจ สภ.สระยายโสม ไม่มีความเป็นธรรม บังคับข่มขู่ผู้อื่นให้ได้รับโทษคดีทางอาญา ซึ่งในเอกสารและสภาพความเป็นจริงมีข้อขัดแย้งหลายประเด็น เช่น การนำตัวนายฝนไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ควบคุมตัว[ก่อนมีหมายจับ จึงขอให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง และตำรวจ สภ.สระยายโสม รวม 12 นาย ฐานปฎิบัติหน้าโดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว ปลอมแปลงเอกสาร และกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษคดีทางอาญา
นายอนันต์ชัยระบุด้วยว่า สำหรับผลวินิจฉัยของสถาบันกัลยาราชนครินทร์ระบุว่า นายฝน ไม่มีความเข้าใจตระหนักรับรู้ถึงข้อกล่าวหา ไม่มีความสามารถในการเล่าเหตุการณ์ตามข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหา ซึ่งผลการประเมินของแพทย์บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถต่อสู้ทางคดีได้ ทำให้ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี มีคำสั่งปล่อยตัวนายฝนชั่วคราว และอ้างว่าครอบครัวนายฝนถูกตำรวจในพื้นที่ข่มขู่ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดี จึงเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม และขอให้โอนสำนวนคดีพรากผู้เยาว์มาให้ให้ตำรวจกองปราบปรามรับผิดชอบแทน