ที่จังหวัดอุทัยธานี นายฐกร กาญจิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี เปิดเผยว่า แม้ว่าจะเพิ่งย่างเข้าสู่ฤดูแล้งก็ตาม ซึ่งที่ผ่านในช่วงฤดูฝนเกิดฝนทิ้งช่วงไม่มีฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำทับ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก และอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำอื่นๆ ทำให้มีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียง 19%ของความจุกักเก็บ ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้อยเข้าสู่ขั้นวิกฤตอย่างหนัก ในรอบ 30 ปี
สำหรับอ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก สามารถกักเก็บน้ำได้ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ล่าสุดวันนี้มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 39.64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 24.77% ซึ่งเมื่อปีก่อนในเวลาเดียวกัน มีปริมาณน้ำกักเก็บ 58.20% ของความจุกักเก็บ ทำให้มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปีที่ผ่านมามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และเป็นอย่างนี้ในแทบทุกอ่างเก็บน้ำ
ดังนั้นมีความจำเป็นต้องสงวนปริมาณน้ำดังกล่าวไว้เพื่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงกักเก็บไว้เพื่อรักษาความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น โดยจะไม่มีการปล่อยน้ำไปช่วยภาคการเกษตรอีกแล้ว เนื่องจากได้มีการประกาศเตือนไปโดยเฉพาะเกษตรกรที่จะทำนาปรัง ที่จะต้องรับผิดชอบตนเอง หากได้รับความเสียหาย จะไม่ได้รับการชดเชยใดๆทั้งสิ้น
ส่วนที่จังหวัดขอนแก่น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย อ.น้ำพอง ต้องเร่งการระบายน้ำด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำจากเดิมวันละ 5 แสน ลูกบาศก์เมตร เป็น 1 ล้าน 2 แสน ลูกบาศก์เมตร ลงสู่คลองส่งน้ำของกรมชลประทาน เพื่อไปเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ และสระน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน เร่งช่วยเหลือชาวบ้านให้มีน้ำในการอุปโภค บริโภคในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และมหาสารคาม หลังพบแหล่งน้ำธรรมชาติ และหนองน้ำสาธารณะ มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการนำไปผลิตน้ำประปาใช้จ่ายในหมู่บ้านแล้ว
ทั้งนี้ยังพบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ มีปริมาณน้ำน้อยมากที่สุดกว่าทุกเขื่อนของประเทศ โดยเขื่อนอุบลรัตน์เป็นเขื่อนขนาดใหญ่มีความจุปริมาณน้ำได้ทั้งสิ้นจำนวน 2,431 ล้าน ลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบัน เหลือปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้จริง เพียง 95 ล้าน ลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 4 ของความจุอ่าง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น จึงขอความร่วมมือกับประชาชนให้งดทำนาปรัง งดการเลี้ยงปลากระชัง ให้ปลูกพืชที่มีอายุระยะสั้นเท่านั้น เพราะเกรงว่าน้ำจะหมดก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน วันที่ 11-14 มีนาคมนี้ บริเวณความกดอากาศสูงจากจีนจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อน ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ซึ่งจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน
สำหรับในวันนี้ (9 มี.ค.62) ไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่วนภาคใต้คลื่นสูง 1 เมตร