นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ แถลงความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ในเมืองไครสต์เชิร์ช เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยให้คำมั่นว่าจะเริ่มทยอยส่งศพผู้เคราะห์ร้ายคืนให้ครอบครัวตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ และคาดว่ากระบวนการส่งศพทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในวันพุธ (20 มี.ค.)
เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่ากระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลค่อนข้างละเอียดอ่อน จากปัจจัยเรื่องเชื้อชาติและศาสนาขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 50 คนแล้ว หลังเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 50 ระหว่างเข้าตรวจค้นมัสยิดที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเป็น 50 คนเช่นกัน โดยในจำนวนนี้ มีอย่างน้อย 2 คน ที่ยังมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต
ประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่าย คือ กรณีที่ นาย เบรนตัน ทาแรนต์ (Brenton Tarrant) มือปืนสัญชาติออสเตรเลีย วัย 28 ปี ได้ถ่ายทอดสดเหตุการณ์กราดยิงผ่านเฟซบุ๊ก โดยใช้ภาพจากกล้องที่ติดอยู่ที่ศีรษะ ซึ่งผู้นำนิวซีแลนด์เตรียมจะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพูดคุยกับบริษัทเฟซบุ๊กต่อไป โดยหวังว่าจะช่วยให้เกิดการคุมเข้มการถ่ายทอดสดในลักษณะนี้มากขึ้น
ฝั่งเฟซบุ๊ก ก็ออกมาชี้แจงว่า ได้ดำเนินการลบคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุกราดยิงมัสยิดที่นิวซีแลนด์ไปแล้วกว่า 1 ล้าน 5 แสนคลิป ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุ
ขณะที่ เมื่อวานนี้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างออสเตรเลีย ได้ร่วมแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับชาวนิวซีแลนด์ ด้วยการฉายไฟเป็นรูปใบเฟิร์น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนิวซีแลนด์ ไปยัง ซิดนีย์ โอเปร่า เฮาส์
นอกจากนี้ ผู้นำนิวซีแลนด์ ยังประกาศว่า รัฐบาลจะเปิดอภิปรายแก้ไขกฎหมายเรื่องการถือครองและการจำหน่ายอาวุธปืนใหม่ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.)
ส่วนความคืบหน้า การดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย ล่าสุด คนร้ายได้ถูกตั้งข้อหา ตำรวจได้ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งมีโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิต และในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะก่อเหตุเพียงลำพัง
ขณะที่เบาะแสเพิ่มเติม ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที คนร้ายได้โพสต์ประกาศเจตนารมณ์ ความยาว 87 หน้า ในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงส่งอีเมล จ่าหน้าถึงนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ แนะนำว่าตัวเองคือใคร และต้องการก่อเหตุเพื่อเอาคืนให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายในยุโรป