ทีมข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายพิสิฐ แก้วคง อายุ 47 ปี ซึ่งเปิดร้านขายโจ๊กหมูทรงเครื่องบริเวณตลาดสดโรงสีบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยบอกว่าได้มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อโจ๊ก จำนวน 2 ถุง ในราคาถุงละ 35 บาท รวมค่าสินค้าเป็นเงิน 70 บาท และลูกค้าได้จ่ายแบงก์ 100 ชนิดใหม่ให้แต่ตนเองคิดว่าเป็นแบงก์พัน จึงทอนเงินจำนวน 930 บาท โดยที่ลูกค้าไม่ได้ทักท้วงทำให้ต้องทำงานฟรีไป 1 วัน
นายพิสิฐ เจ้าของร้านโจ๊กหมูยังบอกว่าสำหรับลูกค้าที่นำแบงก์ 100 ใหม่มาใช้จ่ายที่ร้านของตนเองน่าจะเป็นหญิงสาววัยประมาณ 30 ปี แต่เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดใกล้เคียงเห็นภาพไม่ชัดเจนนัก และเมื่อนำแบงก์ 100 ใหม่ให้บรรดาผู้ค้าขายที่อยู่ใกล้กันได้ดูส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่เคยเห็นแบงก์ 100 ใหม่นี้
อย่างไรก็ดี ขอฝากเตือนไปยังบรรดาผู้ค้าขายให้ตรวจสอบแบงก์ให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดความสับสนจนทำให้ต้องสูญเงินเช่นเดียวกับตนเอง
ขณะที่ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพของธนบัตรที่ระลึก ใบละ100 บาท พร้อมระบุข้อความว่า Scan ได้จริง เอาลง Photoshop ได้จริง พิสูจน์แล้วด้วยตัวเองเลย เทียบกับแบงก์ร้อยแบบเก่าที่ไม่สามารถ Scan ได้
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธนบัตรที่ระลึกเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีลักษณะการต่อต้านการปลอมแปลงตามมาตรฐานขั้นสูงในระดับเดียวกับธนบัตรหมุนเวียนตามปกติ เช่นเดียวกันกับธนบัตรที่ระลึกในอดีต ประชาชนจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยต่อการถูกปลอมแปลงและสามารถนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนได้ตามปกติเช่นเดียวกับธนบัตรทุกรุ่น
โดยประชาชนสามารถตรวจสอบธนบัตรด้วย 3 วิธีง่ายๆ คือ สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง โดยมีจุดสังเกตที่สำคัญ เช่น ความนูนของการพิมพ์บอกชนิดราคาที่มุมธนบัตรและคำว่ารัฐบาลไทย ลายน้ำ แถบสีที่มีภาพเคลื่อนไหว และหมึกพิมพ์แม่เหล็กสามมิติเปลี่ยนสีได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันของธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 100 บาทกับ ธนบัตรหมุนเวียน ชนิดราคา 1000 บาท ปัจจุบันนั้น ขอแจ้งว่า มีความแตกต่างที่ประชาชนสามารถสังเกตได้ชัดเจน เช่น ขนาดธนบัตรหมุนเวียน 1000 บาทมีขนาดความยาวกว่า 1.2 เซนติเมตร นอกจากนี้ ธนบัตรทั้ง 2 แบบ มีตัวเลขบอกชนิดราคาที่มุมธนบัตรด้านล่างอย่างชัดเจน