บาดแผลบนหน้าผากของ นายเอ นายสมมุติ อายุ 25 ปี ที่เกิดจากการล้ม เพราะควบคุมสติตัวเองไม่ได้ หลังเสพเคนมผงเข้าไป เขาเชื่อว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของเคนมผงที่เสพไป
นอกจากนี้ เขายังพาทีมข่าวไปดูที่บ้าน ซึ่งมีเศษกระจก ประตู และหน้าต่าง ถูกกวาดรวมกันไว้ นายเอ ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ทำลายสิ่งของเหล่านี้ หลังเสพเคนมผงเข้าไป
นายเอ เล่าต่อว่า ซื้อยาดังกล่าว ในราคา 500 บาท ปริมาณ 1 กรัม เมื่อวันที่ 6 มกราคม จากนางสาวศิริกาญจน์ เชื้อเขตกรรม หรือ นุ่น อายุ 23 ปี ซึ่งขณะนี้ถูกจับกุมแล้ว เมื่อเสพไปเพียงไม่ถึงนาที ก็หมดสติไป ตื่นมาควบคุมตัวเองไม่ได้ โมโหร้าย ทำลายสิ่งของในบ้าน ซึ่งครอบครัวไม่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล เพราะ เสพไปไม่เยอะ และช่วยได้ทันเวลา เจ้าตัวบอกว่า ใช้เวลาถึง 5 วัน จึงกลับมามีสติ
นายเอ เล่าต่อว่า ปกติแล้วตนเองและเพื่อนในกลุ่มอีก 4-5 คน จะเสพยาเค แต่ทราบมาว่าช่วงนี้ ยาเค ขาดตลาด ผู้ขายจึงนำยาตัวใหม่ คือ เคนมผง มาขายแทน จากข่าวที่พบว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 10 คน ทำให้เพื่อนๆ ที่เคยเสพก็เลิกแล้ว
สำหรับยาเคนมผง ที่ระบาดอย่างหนักในทั้ง กทม.และปริมณฑล ขณะนี้ มีข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน ระบุว่า ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การลักลอบขนส่งยาเค เข้ามาในประเทศ ยากลำบากมากขึ้น จากเดิมยาเคจะถูกส่งมาจาก ท่าขี้เหล็ก เมียนมา เมื่อเข้ามาถึงประเทศไทย ก็จะถูกลำเลียงเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะถูกนำไปพักไว้ที่ฝั่งธนบุรี ก่อนจะกระจายยาเค ไปผสมเป็นเคนมผง เพื่อสร้างราคา เนื่องจาก ยาเคมีน้อย จึงนำสารเสพติดอื่นมาผสมเพิ่ม แหล่งข่าวบอกว่า นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ พบผู้เสียชีวิต หลังเสพเคนมผงในพื้นที่ วัดพระยาไกร พระราม3 สาทร จำนวนมาก เพราะ เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งพักเคนมผง ก่อนจะกระจายต่อให้เอเย่นคนอื่นๆ ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล