นางบวน โล่ห์สุวรรณ อายุ 89 ปี ชาวตำบลเจริญสุข อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ที่ได้รับมา 10 ปี คืน รวมเป็นเงิน 84,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เนื่องจาก กรมบัญชีกลาง ตรวจสอบพบว่า อบต.จ่ายเงินซับซ้อน เพราะ ที่ผ่านมายายบวน ได้รับเงินบำนาญพิเศษ เดือนละ 5,000 บาท จากกรณีลูกชาย ซึ่งเป็นทหารสังกัด มทบ.21 นครราชสีมา เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิดที่โคราช ปี 2544
ซึ่งตามระเบียบ ต้องเลือกรับเงินอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่สามารถรับทั้ง 2 กรณีได้ การเรียกคืนเงินครั้งนี้ ทำให้ยายบวนและลูกสาว ตกใจมาก เพราะ ที่บ้านมีฐานะยากจน ไม่มีเงินพอที่จะคืนให้
ขณะที่ น.ส.ธสา ชินรัมย์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมองค์การบริหารส่วนตำบลเจริญสุข ให้เหตุผลที่เพิ่งจะมาเรียกคืนเงิน ทั้งที่จ่ายเงินต่อเนื่องให้ยายบวนมา 10 ปี ว่าเป็นเพราะ “เมื่อก่อนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบโดยตรงได้ เพราะ ยังไม่มีการลิงค์ข้อมูลกัน แต่ปัจจุบันพอมีระบบสารสนเทศก็สามารถลิงค์ข้อมูลตรงจากกรมบัญชีกลางได้ทำให้ตรวจสอบพบการจ่ายเงินซับซ้อน”
ย้ำว่า ยายบวน ต้องคืนเงินตามระเบียบ โดยอาจผ่อนจ่ายได้ ไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี หรือหากจะช่วยเหลือก็อาจงดการจ่ายดอกเบี้ยได้ แต่ เงินต้น 84,000 บาท ยายบวนต้องคืนให้รัฐ
กองสวัสดิการสังคมองค์การบริหารส่วนตำบลเจริญสุข พร้อมด้วยกรมบัญชีกลาง กำลังพยายามหาแนวทางช่วยเหลือ เนื่องจากกังวลเรื่องสภาพจิตใจของยายบวนและครอบครัว
ด้านนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ให้ความเห็นกรณีนี้ว่า น่าจะเกิดปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือระบบราชการ แต่ตามกฎหมายการใช้จ่ายงบประมาณรัฐ ยายบวนต้องคืนเงินให้รัฐ เบื้องต้นอาจทำหนังสืออุทธรณ์ไปยัง กรมบัญชีกลาง เพื่อให้ พิจารณางดปรับดอกเบี้ย และ ขอแบ่งจ่ายคืนเงิน 84,000 บาทเป็นงวดๆแทน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของยายบวน แต่หากอุธรณ์แล้ว ผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ยายบวนสามารถฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้ศาลตัดสินอีกครั้งได้
ทนายเกิดผล ยังกล่าวต่อว่า กรณีนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ว่าเจ้าหน้าที่รายใดเป็นคนอนุมัติ เกิดจากความประมาท หรือ หละหลวมในการตรวจสอบหรือไม่ ถ้าหากพบว่า เจ้าหน้าที่กระทำผิด ก็ต้องรับโทษทางวินัย อาจถูกพักงาน หรือ ลดเงินเดือน และมีส่วนรับผิดชอบ แต่หากเกิดจากระบบก็ไม่สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐได้