เหตุโจรกรรม พระคู่บ้านคู่เมืองลพบุรี อย่างพระศรีอาริย์ ซึ่งเป็นองค์จำลองสมัยรัชกาลที่ 4 หายไปจากพิพิธภัณฑ์วัดไลย์ จนกลายเป็นเรื่องสะเทือนใจพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลพบุรี เรื่องนี้พระครูวิลาส พัฒนกุล เจ้าอาวาสวัดไลย์เปิดใจ กับทีมข่าวพีพีทีวีว่า พิพิธภัณฑ์วัดไลย์เดิมทีเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด แต่ภายหลังมีการตั้งชมรมคนรักษ์วัดไลย์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อดูแลโบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัด โดยจัดหางบประมาณกันเอง และวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งการถือกุญแจที่เคยเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาส ก็ไม่ใช่อีกต่อไป เพราะชมรมได้นำกุญแจไปบริหารจัดการเองทั้งหมด โดยเวลานั้นเจ้าอาวาสวัดไลย์ เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหาย และไม่คาดว่าจะมีโบราณวัตถุหายไปต่อเนื่องหลายต่อหลายชิ้น
เจ้าอาวาสวัดไลย์ ยอมรับว่า แม้พระศรีอาริย์ที่หายไปจะเป็นเพียงองค์จำลอง แต่ก็ประเมินมูลค่าไม่ได้ เพราะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านละแวะนี้มาช้านาน
ส่วนความคืบหน้าของคดีนี้ พล.ต.อ.บุญชนะพัฒน์ สกุลจารุมรรคา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำนายกิตติ หุตะมาน สมาชิกชมรมเรารักษ์วัดไลย์ ในฐานะคนถือกุญแจพิพิธภัณฑ์ นายกิตติ ยอมรับว่า ช่วงเกิดเหตุประตูชั้น 3 ที่ประดิษฐานพระศรีอาริย์ไม่ได้ล็อกกุญแจ แต่ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา โดยเวลานี้ตำรวจกำลังไล่วงจรปิดในละแวะจุดเกิดเหตุ
ทีมข่าวพีพีทีวีสำรวจพื้นที่บริเวณวัดไลย์ พบว่า วัดประตูเข้าออก 5 จุด ทุกจุดมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ โดยบริเวณวัดจะมีสุนัขอยู่กระจายอยู่ตามกุฏิพระและ ศาลาเอนกประสงค์ ไม่เว้นแม้กระทั่งพิพิธภัณฑ์ หากมีคนแปลกหน้าเดินผ่าน สุนัขส่วนใหญ่จะเห่า และวิ่งเข้ามาหา
ชาวบ้านแถบนี้ ให้ข้อมูลว่า การเข้าออกวัดไลย์ในยามวิกาล ทำได้ง่ายมาก เพราะทุกประตูเปิดไว้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีทางเข้าออกที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิดอย่างชัดเจน ประตูที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด หากคนร้านจะใช้เข้าออก คือ ประตูด้านหลังเมรุ เนื่องจากบริเวณนี้ไม่มีไฟส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืน เมื่อออกจากประตูไปแล้วไม่มีบ้านเรือนชาวบ้านอยู่และเป็นน้อยจุดของวัดที่ไม่มีสุนัขคอยเฝ้า
ส่วนสาเหตุที่กล้องทุกจุดไม่สามารถใช้งานได้ พระอาจารย์สังเวียน รองเจ้าอาวาสวัดไลย์ เปิดเผยว่า กล้องวงจรปิดรอบวัดกว่า 20 ตัว ถูกติดตั้งตั้งแต่ปี 2554 แต่ปัจจุบันไม่ได้รับการบำรุง ทำให้กล้องวงจรปิดทั้งหมดใช้งานไม่ได้