ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ 3 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ช่วยกันหามเจ้าเต่าตนุไม่ทราบเพศน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม หลังพวกเขาช่วยมันออกจากอวนประมง เพื่อเตรียมนำส่งไปยังศูนย์อนุรักษ์ก่อนรักษาอาการครีบขาหลัง โดยเต่าตนุตัวนี้ไปติดอวนปลากะพงขาวของชาวประมง ขณะทำประมงอยู่บริเวณหน้าหาดในท้องที่หมู่ 3 ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านระบุว่า ช่วงหลังเที่ยงคืนได้มาวางอวนปลากะพงขาวที่หน้าหาด จากนั้นในช่วงเช้าได้เขาตรวจสอบ เพื่อเก็บสัตว์น้ำที่ได้ ปรากฏว่าพบเต่าขนาดใหญ่ติดอยู่ในอวน จึงช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งและแจ้งให้เครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก
ล่าสุดเตาตนุตัวนี้ถูกนำไปพักฟื้นในอ่างของธนาคารปูม้า ท้องที่หมู่ 3 ต.หน้าสตน เพื่อรอเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ไปตรวจสอบข้อมูลไมโครชิปตรวจดูอาการป่วยหรือบาดเจ็บ เพื่อจะได้ปล่อยกลับคืนทะเลต่อไปแล้ว
สำหรับเต่าตนุเป็นเต่าทะเลกินพืชและสัตว์เป็นอาหาร แต่ส่วนใหญ่จะกินพืช มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมากเมื่อโตเต็มที่ ยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักราว 130 กิโลกรัม มีอายุยืนถึง 80 ปี เกล็ดแต่ละเกล็ดของกระดองหลัง มีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลอมเขียว คล้ายแสงพระอาทิตย์ที่ลอดออกจากเมฆ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "เต่าแสงอาทิตย์" ขณะที่ชาวตะวันตกเรียกว่า "เต่าเขียว" เพราะกระดองมีสีเขียว ซึ่งถือเป็นเต่าทะเลชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในน่านน้ำไทย มักขึ้นมาวางไข่มากที่เกาะครามและเกาะกระในอ่าวไทย และทางฝั่งทะเลอันดามันพบวางไข่มากที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา บนชายหาดและเกาะหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ตและพังงา