เนื่องจากปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายจากสำนักงบประมาณ รวมถึงการบรรจุข้าราชการรุ่นโควิดบางกลุ่ม ที่ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งหมดนี้ บุคลากรด้านสาธารณสุข รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการดูแล
หนึ่งภารกิจงานที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.ดอนข่อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ต้องปฎิบัติหน้าที่ติดตาม ค้นหา และเฝ้าระวังกลุ่มผู้ติดเชื้อและกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระบาดในชุมชน ไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่จะนำไปสู่ผลกระทบในมิติต่างๆ และลดภาระงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์
หนึ่งในนั้น คือ น.ส.ณัฐจีรา อุบาลี เจ้าพนักงานสาธารณสุข รพ.สต.หนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม บอกว่าการระบาดระลอกนี้ต้องทำงานหนักกว่ารอบแรก เพราะเป็นการระบาดในวงกว้าง ทำให้เธอต้องลงพื้นที่ตรวจติดตามกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงเกือบทุกวัน เช้าถึงค่ำ บางวันทำงานเกิน 12 ชั่วโมง ค่าเดินทางและค่าโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากการลงพื้นที่ติดตามอาการผู้ป่วย ที่ไม่สามารถเบิกได้ เธอหวังว่าจะได้เงิน ค่าตอบแทนพิเศษ ที่ ครม. อนุมัติให้กับบุคลาการสาธารณสุขที่ปฎิบัติงานโควิด ตั้งแต่เดือน มี.ค. ถึง ก.ย. ปี 63 เป็นเวลา 7 เดือน มาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ขณะที่ นายอเนก ทิมทับ เลขาธิการสภาการสาธารณสุขชุมชน บอกว่าแม้ ครม. จะมีมติจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ7 เดือน และบรรจุตำแหน่งให้กับบุคลากรสาธารณสุขที่ปฎิบัติงานโควิด-19 ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเงื่อนไขชัดเจนว่าจะจะมีการบรรจุตำแหน่งใดบ้าง บุคลากรกลุ่มไหนจะได้รับเงินค่าตอบแทน และได้รับเงินเท่าไหร่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการถูกทอดทิ้ง และหากยิ่งล่าช้า ไม่มีความชัดเจน จะยิ่งเป็นการบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน และอาจทำให้เกิดภาวะหมดไฟต่อการทำงานได้ ที่สำคัญเค้าตั้งคำถามว่า งบประมาณที่รัฐบาลกู้มาจำนวนมหาศาลเพื่อมาดูแลเรื่องโควิด19 ท้ายที่สุดแล้วจะถึงมือบุคลากรด้านสาธารณสุขที่แท้จริงหรือไม่
ส่วนความคืบหน้าล่าสุด นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการชมรมนักวิชาการสาธารณสุข หนึ่งในเครือข่ายด้านสาธารณสุข ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ บอกว่าอยู่ระหว่างทำหนังสือสอบถามไปสำนักงบประมาณกระทรวงการคลัง เพื่อสอบถามความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน ซึ่งหากยังไม่มีความชัดเจนอีกจะสอบถามไปยัง ศบค. โดยเขายอมนับว่าแม้เงินที่ได้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่เมื่อ ครม. มีมติแล้วก็ควรทำตามมตินั้น