ข้อสงสัยที่ว่าทำไม โรงงานหมิงตี้ สามารถตั้งอยู่ใจกลางบ้านจัดสรร ทั้งที่จริงๆ ความ ปลอดภัยของประชาชน ควรมาก่อนเป็นอันดับแรก หรือ หากจะอยู่รวมกันความมีบัปเฟอร์โซน ระหว่างโรงงานกับบ้านเรือน
ทีมข่าวลงพื้นที่ อบต.บางพลีใหญ่ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับพื้นที่รอบโรงงานหมิงตี้ ว่าเหตุใดถึงมีชุมชนหนาแน่น ทั้งที่โรงงานแห่งนี้กักเก็บสารเคมีอันตรายจำนวนมาก และตามหลักการที่เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรม หลักการสิ่งแวดล้อม หลักการความปลอดภัย ก็กำหนดให้มีบัฟเฟอร์โซนระหว่างโรงงานกับชุมชน
นายก อบต.บางพลีใหญ่ ยอมรับกับทีมข่าวว่า เดิมที่ดินตรงนั้นไม่ใช่ชุมชน ไม่มีอาคารพาณิชย์ โรงงานเข้ามาก่อตั้งเพราะเห็นว่าอยู่ห่างไกลชุมชน แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีการสร้างที่อยู่อาศัย ที่ดินบริเวณนั้นเริ่มมีราคา ก่อนที่นายทุนจะเข้ามาซื้อสร้างบ้านจัดสรรจำนวนมาก เพราะไม่มีใครทราบว่าโรงงานเก็บสารเคมีอันตราย แต่รู้แค่ว่าเป็นโรงงานโฟม
เมื่อถามว่า ตามหลักการผังเมือง แม้จะให้สร้างชุมชนได้ แต่ก็ควรมีพื้นที่กันชน ระหว่างโรงงานกับชุมชน นายก อบต.บางพลีใหญ่ ยอมรับว่า ที่ดินแพง จึงไม่มีใครยอมเสียพื้นที่ของตัวเอง
นายก อบต.บางพลีใหญ่ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาเคยเข้าไปพูดคุยกับโรงงานหมิงตี้ เรื่องมาตรการความปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะโรงงานมาก่อน เมื่อถามถึงภาษีที่ อบต.บางพลีใหญ่ ได้รับจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ นายก อบต.บอกว่า โรงงานในพื้นที่มีมากกว่า 1,000 โรงงาน จึงได้ภาษีจากโรงงานเหล่านี้จำนวนมาก หรือเป็นเงินมากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี
ส่วนแนวทางหลังจากนี้ ย้ำว่า จะเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ เข้าไปควบคุมโรงงานอัตสาหกรรม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งในโรงงานและชุมชนโดยรอบ
ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ทีมข่าวสอบถามว่า รู้หรือไม่ว่ามีโรงงานขนาดใหญ่ มีสารเคมีจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ หลายคนบอกว่า รู้แค่มีโรงงานเม็ดพลาสติกอยู่ ขณะที่บางคนบอกว่า ไม่เคยรู้ว่าในโรงงานมีสารเคมีอันตรายอยู่
เรื่องการผลักดันให้คนในพื้นที่รับทราบข้อมูลว่า โรงงานแต่ละแห่งฯ มีสารเคมีอะไรบ้าง มีอยู่มากน้อยแค่ไหน เคยมีการเสนอ ร่างกฎหมาย PRTR (Pollutant Release and Transfer Registers) ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน-รับรู้- ตรวจสอบเรื่องสิ่งแวดล้อมและสารเคมีอันตรายโดย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มูลนิธิบูรณะนิเวศ กรีนพืชไทย และ พรรคก้าวไกล พูดถึง ร่างกฎหมาย PRTR มาตลอด จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ถูกตีความว่าเป็นการเพิ่มภารกิจและหน้าที่ ให้กับกรมควบคุมมลพิษ จึงทำให้จากกฎหมายเพื่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับรองก่อน และตอนนี้ยังไม่มีคำตอบแต่อย่างใด