เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพกล้องหน้ารถยนต์ ของสิบตำรวจโทกรกช ชัยชนะ อายุ 28 ปี ตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง บันทึกเหตุการณ์ ขณะที่ขับรถไปบนถนนห้างฉัตร ขาเข้าตัวเมืองลำปาง แต่อยู่ ๆ ต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทาง ก็ล้มลงมาทับรถ จนไม่สามารถเบรกรถทัน
สิบตำรวจโทกรกช เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 5 พฤษภาคม ช่วงประมาณบ่าย 3 โมง เขากำลังขับรถเข้าตัวเมืองลำปาง
โดยมีเพื่อนนั่งมาด้วยอีก2 คน ระหว่างทางทมีฝนตกลงมาปรอย ๆ แต่ไม่มีลมพายุ จู่ ๆ ต้นไม้สูงประมาณ 15 เมตร ที่อยู่ข้างทางก็ล้มลงมาทับรถยนต์จนพังเสียหาย ยังดีที่ทั้ง สิบตำรวจโทกรกช และเพื่อนคาดเข็มขัดนิรภัย จึงไม่มีใครบาดเจ็บ
หลังเกิดได้ติดต่อไปยังแขวงทางหลวงลำปางที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดูแลถนนสายดังกล่าว เพื่อถามหาความรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมแซมรถยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ แต่ผ่านกว่า 2 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีคำตอบว่าจะช่วยเหลือหรือไม่ ล่าสุดทางอู่ที่นำรถไปซ่อมก็แจ้งมาว่า รถใกล้เสร็จแล้ว โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 74,000 กว่าบาท
ระหว่างที่พูดคุยกับผู้สื่อข่าว ทางสิบตำรวจโทกรกช ได้โทรศัพท์สอบถาม หัวหน้างานสารสนเทศแขวงทางหลวงลำปางที่ 2 ซึ่งดูแลเรื่องนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า เมื่อเดือนมิถุนายนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสรุปแล้วว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุสุดวิสัย ตามระเบียบแล้ว ทางแขวงทางหลวง ไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแต่อย่างใด
สำหรับรถยนต์คันนี้ สิบตำรวจโทกรกช บอกว่า เพิ่งซื้อมาได้มาประมาณ 1 ปี ตอนนี้ยังต้องผ่อนค่างวดอยู่ // ส่วนค่าซ่อมรถ ตอนนี้คงต้องกู้เงินจากสหกรณ์ตำรวจ มาจ่ายไปก่อน
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายเอกสิทธิ์ มานะรุ่งโรจน์ ทนายความเอกชน ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า หากต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ริมถนน ไม่มีความมั่นคงหรือแข็งแรง เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตามกฎหมายแล้วเป็นเรื่องของการละเมิด ประมาท ทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตราที่420 และเข้าข่ายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เรื่องความรับผิดชอบ การละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ