มาตรการเยียวยาผลกระทบมาตรการล็อกดาวน์ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมนัดประชุม ศบศ. ช่วงเวลา 15.00 น. วันนี้ เพื่อนำมาตรการไปขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้
ในพิธีรับมอบวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 1.05 ล้านโดส จากรัฐบาลญี่ปุ่น มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ มายังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธาน และสักขีพยาน โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ระหว่างกักตัว แม้ว่าผลตรวจ 2 ครั้งล่าสุดจะออกมาเป็นลบก็ตาม
ขณะที่ตัวแทนรัฐบาลไทย พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบจาก นายนาชิดะ คาซูยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่น
พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณไมตรีจิตและความห่วงใยของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ช่วยสนับสนุนวัคซีนโควิด -19 ในขณะที่ทั่วโลกและไทย เผชิญสถานการณ์แพร่ระบาด นอกจากมาตรการด้านสาธารณสุข การมีวัคซีนถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญในการลดการแพร่ระบาดได้ ซึ่งประเทศไทยพยายามในการจัดหาวัคซีน เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีน และมีภูมิคุ้มกันโรค
ภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งวัน จะเป็นการประชุมเตรียมการจัดประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2565 จากนั้นในเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียก รัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และเลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ล่าสุด
โดยเฉพาะพิ้นที่ 6 จังหวัดกรุงเทพ และปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมาตรการหลักคาดว่าจะยังใช้วิธีการเติมเงินช่วยเหลือผ่านโครงการเราชนะ และ ม.33 เรารักกัน นอกจากนี้ยังต้องติดตามว่าจะมีโครงการใหม่ออกมารองรับเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น การลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่พักอาศัย และอื่น ๆ เพื่อรองรับกับมาตรการ ลดการเคลื่อนย้ายคน และขอให้มีการทำงานที่บ้าน 100%