วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง ตำบลเนินหอม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร “ฟ้าทะลายโจร” ในเรือนจำ พร้อมด้วย ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และนายสมศักดิ์ มงคลธนวัฒน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
โดยแพทย์แผนปัจจุบัน “สมุนไพรฟ้าทะลายโจร” เป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะทำให้ผู้ต้องขัง รวมถึงประชาชนคนไทยรอดพ้นจากโรคระบาดในครั้งนี้ได้ นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้หลังพ้นโทษ ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้กำหนดแผนงานปลูกและผลิตแคปซูลฟ้าทะลายโจร เป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ตั้งเป้าผลิต จำนวน 8 ล้านแคปซูล ภายในวันที่ 2 กันยายน 2564
ระยะที่ 2 ตั้งเป้าผลิต จำนวน 50 ล้านแคปซูล ภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2564
ระยะที่ 3 ตั้งเป้าผลิต จำนวน 7 ล้านแคปซูล ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564
เปิดขั้นตอนและสถานที่ขอเล่มเหลืองโควิด เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ
โดยทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในเรือนจำนำร่องของโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร “ฟ้าทะลายโจร” ที่ได้รับการสนับสนุนและร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี รวมถึงบริษัทขาวละออโอสถ และโรงงานแปรรูปสมุนไพรต่าง ๆ ที่จะร่วมกันพลิกพื้นที่ของเรือนจำที่มีอยู่จำนวนมากมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ด้วยการปลูกพืชสมุนไพรไทย เช่นฟ้าทะลายโจร กระชายขาว และสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อนำมาช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด - 19
อีกทั้งจะยกระดับให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การปลูกฟ้าทะลายโจรแบบครบวงจร โดยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเอง ด้วยการสร้างคลังยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และเป็นการสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศไทยในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะ ได้ร่วมปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและชมการสาธิตการแปรรูปบรรจุแคปซูลฟ้าทะลายโจร ที่จัดทำโดยวิทยาลัยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และยังเป็นประธานโครงการแปลงสาธิตพืชสมุนไพร “โกฐจุฬาลัมพา” ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณและฤทธิ์ทางยาในการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด - 19 ในครั้งนี้อีกด้วย
วิจัยออสซี่พบ ฉีดวัคซีนโควิด-19 เกิดแอนติบอดีที่ดวงตาและน้ำตา
เปิดศักยภาพวัด "เผาศพผู้เสียชีวิตโควิด"