ภายหลัง นายอาผะ สารภาพว่า ตัวเองได้อุ้มน้องจีน่าไปปล่อยไว้บริเวณหน้าถ้ำในป่า ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 3 กม. โดยบอกว่าเป็นการนำน้องไปสังเวยให้กับเจ้าป่าเจ้าเขาแต่ไม่ได้ทำให้เสียชีวิต
ทีมข่าวสอบถามเรื่องนี้ไปยัง “ชิ” สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ชาวปกาเกอะญอที่เป็นทั้งศิลปินและทำงานวิชาการให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิชาติพันธุ์ ได้ข้อมูลสำคัญว่า พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาของกลุ่มชนเผ่าปัจจุบันยังมีอยู่จริง
แต่เป็นการไหว้ด้วยเครื่องเซ่น เช่น พืชผัก ธัญญาหาร เนื้อสัตว์ โดยแบ่งการบูชาเป็น 3 ระดับ คือ ระดับแรก บูชาปกติเพื่อแสดงความเคารพ เชื้อเชิญ จะใช้พืชผัก ธัญญาหาร ที่อยู่ในท้องถิ่นมาบูชาเจ้าป่าเจ้าเขา
ระดับที่สอง คือการบูชาเพื่อขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขา ที่ปกปักษ์รักษาและให้ผลผลิตทางเกษตรอุดมสมบูรณ์ จะบูชาเซ่นไหว้ด้วย เนื้อไก่ หรือ เนื้อหมู สด
ส่วนระดับที่สาม คือการบูชาในลักษณะการขอขมา หากมีการทำผิดหรือลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขา ก็จะเซ่นไหว้ด้วยเนื้อวัวหรือควาย โดยสัตว์ทั้งหมดจะต้องเป็นสัตว์ที่อยู่ในท้องถิ่นห้ามนำสัตว์ที่อยู่นอกหมู่บ้านมาเซ่นไหว้ “ชิ สุวิชาน” ยืนยันว่า ทุกพิธีกรรมที่เป็นในการบูชาเจ้าป่าเจ้าเขา หรือเจ้าที่ของกลุ่มชนเผ่า จะไม่มีการนำชีวิตเด็กหรือมนุษย์มาเซ่นไหว้ตามที่นายอาผะกล่าวอ้าง แต่ตัวเองตอบไม่ได้ว่า เป็นแค่ความเชื่อหรือลัทธิส่วนบุคคลหรือเป็นเพียงคำกล้าวอ้าง
ชิ สุวิชาน บอกอีกว่า หากนายอาผะ นับถือศาสนาคริสต์ ตามที่บอกจริง ก็ไม่น่าจะเป็นพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา เพราะศาสนาคริสต์ถือว่าพระเยซูคือผู้เสียสละชีวิตอันสูงสุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใครเสียสละชีวิตหรือสังเวยชีวิตให้ใครอีก
เผยที่มา "อาผะ" สนิทครอบครัวน้องจีน่า
“ชิ สุวิชาน” ยอมรับว่า ในอดีตเคยมีความเชื่อในการนำเด็กไปสังเวยให้กับเจ้าป่าเจ้าเขาจริง แต่เกิดขึ้นตั้งแต่เปีพ.ศ.2525 ซึ่งขณะนั้นในหมู่บ้าน ก็จะมีการเตือนเด็กเล็กๆไม่ให้ออกไปไหนคนเดียว เพราะเคยมีข่าวลือเล่าต่อกันว่า มีคนจากนอกพื้นที่เข้ามาทำสัมปทานเหมืองแร่ดีบุกต้องการตัวเด็กในหมู่บ้านมาสังเวยให้กับเจ้าป่าเจ้าเขา เพราะมีความเชื่อว่าจะเป็นตัวตายตัวแทน เพื่อเปิดทางให้หาแร่ได้ง่ายและจะไม่เกิดการเสียชีวิตของคนงานในเหมือง นั่นถือเป็นครั้งเดียวที่ตัวเองเคยพบหรือเคยได้ยินเรื่องนี้ ซึ่งก็ผ่านมานานมากแล้ว
ชิ สุวิชาน ระบุว่า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่หลายกลุ่ม ทั้ง ปกาเกอะญอ ลีซู ลาหู่ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ก็มีการนับถือศาสนาที่แตกต่างกันไป มากที่สุดเป็นศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ กลุ่มละราว 40% ส่วนอีก 20% ยังนับถือบรรพบุรุษ ส่วนความเชื่อเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขา หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิที่ชาวชนเผ่าเคารพนับถือ ก็ยังคงมีอยู่ แต่ตนมองว่าเป็นคุณค่าวิถีของชาติพันธุ์เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติเพื่อเป็นกุศโลบายให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ไม่ใช่ทำให้เกิดการพลัดพรากหรือสูญเสีย