บรรยากาศ ที่บริเวณโรงพยาบาลสนามภายในค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เช้าวันนี้ เต็มไปด้วยผู้ปกครอง ที่ตั้งใจจะมารับบุตรหลานที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติดกลับบ้าน
เหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจากที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งย้ายทั้งหมดออกจากภายในสถานบำบัดวัดท่าพุราษฏร์บำรุง และหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของผู้ปกครองผู้เข้ารับการบำบัด พบว่าสถานบำบัดแห่งนี้มีความแออัดยัดเยียด
ผู้บำบัดจำนวน 216 คนต้องอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนหลังเดียวที่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง จึงได้สั่งการขนย้ายผู้บำบัดยาเสพติดทั้งหมด
เมื่อผู้ปกครองส่วนใหญ่ เห็นข่าวก็ตกใจจึงรีบเดินทางมารับกลับบ้าน ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดทำทะเบียนของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด หากรายใดมีความประสงค์จะกลับบ้านและผู้ปกครองเดินทางมารับกลับก็สามารถกลับได้ทันที แต่ก็มีบางส่วนที่มีเรื่องคดีความที่ต้องเข้ารับกาบำบัด จึงต้องคัดแยกรายชื่อให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถให้กลับบ้านได้
ส่วนในเรื่องของการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดขณะนี้นั้น มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ คอยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด พบว่าผู้บำบัดส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง คาดว่าเป็นผลมาจากความแออัดภายในสถานบำบัด
ขณะที่ หมอปลา นายจีรพันธ์ เพชรขาว และ แฟนสาว ได้จัดหายาโรคผิวหนังมาแจกให้กับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดได้นำไปใช้แก้อาการคันและโรคผิวหนังเบื้องต้น
หากย้อนไปเมื่อวานนี้ ประเด็น ผู้ร้องเรียน ระบุว่า การมาเข้ารับการบำบัด จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 12,000 บาท ทันทีที่เข้ามารับการบำบัดแล้ว ทุกคนจะต้องถูกส่งมาอยู่ในเรือนนอนซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ที่มีความแออัด
แต่หากผู้เข้ารับการบำบัดรายใดไม่อยากอยู่ในเรือนนอน ก็จะต้องยินยอมบวชเป็นพระสงฆ์ เพื่อจะได้ไปอาศัยอยู่ในกุฏิของพระสงฆ์ แต่ในการจะบวชพระนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองอีก 20,000 บาทแลกกับการจะได้บวชเป็นพระและไม่ต้องอยู่ในเรือนนอน
ส่วนประเด็นเงินที่เก็บรายเดือน เดือนละ 2 พันบาท ทางศูนย์ระบุว่า จะให้ผู้บำบัดเบิกไปใช้ได้ วันละ 60 บาท ร่วมถึงที่ผู้ร้องเรียน อ้างว่า หากจะออกก่อนกำหนด 1 ปี จะต้องจ่ายเพิ่ม 1 หมื่นบาท ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ชี้แจงว่า ที่ต้องทำแบบนั้นเพื่อเป็นการให้ครอบครัวหักห้ามใจ ไม่ให้ลูกหลาน ออกจากการบำบัดก่อนกำหนด เพราะหากออกไปแล้ว ติดยา กลับมาอีก ก็ต้องเริ่มจ่ายใหม่ทั้งหมด
ซึ่งหลังจากนี้ หมอปลาจะได้ลงพื้นที่วัดท่าพุราษฏร์บำรุงอีกครั้งเพื่อไปติดตามทวงถามเงินเก็บที่ทางผู้ปกครองของผู้บำบัดส่งมาให้กับทางศูนย์ แต่ทางศูนย์ยังไม่คืนให้กับผู้เข้ารับการบำบัดที่ย้ายออกมาทั้งหมด โดยอ้างว่ายังไม่สามารถเบิกเงินได้
ด้านนายแพทย์นิพนธ์ พัฒนกิจรุ่งเรือง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ศูนย์บำบัดวัดท่าพุแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นภายใต้ราชกิจจานุเบกษา ทำให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะเข้าไปตรวจสอบหรือสั่งปิด ที่ผ่านมา ทางทีมแพทย์ได้เคยเข้าไปทำการรักษาผู้เข้ารับการบำบัดที่มีอาการป่วยเท่านั้น แต่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารภายในได้ อีกทั้ง ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากบรรดาผู้ปกครองหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากศูนย์บำบัดดังกล่าว
แต่หลังจากที่ได้เห็นสภาพความแออัดภายในศูนย์บำบัดแห่งนี้แล้ว ที่รับผู้บำบัดเข้ามาอยู่ภายในศูนย์มากเกินกว่าจำนวนที่สามารถจะรับได้จริง ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ หากพบว่า ไม่สามารถรองรับผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมากได้จริงก็น่าจะต้องดำเนินการปิดศูนย์บำบัดแห่งนี้ไปก่อน
สำนักพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ เล็งสอบพระสงฆ์ลงนะหน้าทอง
สาวถูกหลอกทำงาน "ดูไบ" กลับถึงไทยวันนี้