อาจารย์ วสุ ทวีลาภ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย ซึ่งเป็นทั้งครูสอนดนตรีไทย เป็นผู้บุกเบิกการนำดนตรีไทยมาเล่นเพลงสากลเป็นคนแรกๆของประเทศ พูดถึงกรณีข่าวผู้ปกครอง ไม่พอใจ การจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยของผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องจากมองว่าเป็นของมือสอง
อาจารย์วสุ บอกว่า เครื่องดนตรีไทย แบ่งแยกยาก ว่า มือหนึ่ง หรือ มือสอง เพราะ ของมือสองบางชิ้นราคาสูงกว่ามือหนึ่ง แต่ต้องประเมินจากวัสดุที่ใช้ เช่น เนื้อไม้ หนังหุ้ม รวมถึงการแกะสลักลายของเครื่องดนตรี
ส่วนเรื่องการย้อมแมวเครื่องดนตรี อาจารย์วสุ มองว่า มีหลายปัจจัย เช่น หาก เนื้อไม้ดี แต่องค์ประกอบอื่นชำรุด ก็อาจต้องซ่อมแซม เพื่อยืดอายุการใช้งาน มองว่า สิ่งที่ผุ้ปกครองต้องไปดู คือ แต่ละชิ้นซื้อขายในราคาเท่าไหร่ หากรู้ข้อมูลเรื่องนี้จะทำให้ วิเคราะห์ได้ว่าราคาที่ซื้อ สมเหตุสมผลหรือไม่
อาจารย์ วสุ เปรียบเทียบระหว่างเครื่องดนตรีไทยเกรดปกติที่ส่วนใหญ่จะใช้ในสถานศึกษากับเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดง ให้ทีมข่าวดู พบว่า ราคาค่อนข้างแตกต่างกัน อย่าง ฆ้องมอญวงใหญ่-ฆ้องมอญวงเล็ก เกรดปกติใช้ในสถานศึกษา ราคาไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ส่วน เกรดดี 50,000 บาท ขึ้นไป กลองแขก เกรดปกติ คู่ละ 7,000 บาท เกรดดี คู่ละ 30,000 บาทเปิงมางคอก เกรดปกติ ราคาไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนเกรดดี ราคา 30,000 บาท ตะโพนไทย เกรดทั่วไป 3,000 บาท เกรดดี 6,000-7,000 บาท และจะเข้ เกรดทั่วไป 3,000 บาท เกรดดี 10,000 บาท ขึ้นไป เป็นต้น
ทีมข่าวลองคำนวณ ราคาคร่าวๆของเครื่องดนตรีทั้งหมดนี้พบว่า หากซื้อในเกรดทั่วไปที่ใช้ในสถานศึกษา ตามราคาที่อาจารย์วสุ ระบุมาพบว่า เครื่องดนตรี 8 รายการ ราคารวม อยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท ส่วนเครื่องดนตรีเกรดดี รวมราคาอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท
แต่รายการทั้ง 8 รายการนี้ ยังไม่ใช้ทั้งหมดที่ โรงเรียนบ้านบึงจัดซื้อ หมายความว่า ยังมีข้อมูลรายการเครื่องดนตรีอื่นๆที่ยังไม่เปิดเผยอีก เพราะ ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ยอมให้ดูเอกสารเรื่องการจัดซื้อ