สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุด ที่ยังขยายเป็นวงกว้าง โดยแม่น้ำเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,788 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่ที่ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนพระราม 6 มีการระบายน้ำอยู่ที่ 762 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เหตุนี้ยังทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลองธรรมชาติ นอกคันกั้นน้ำชลประทาน ยังได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล
มีชาวบ้านที่เดือดร้อนแล้วกว่า 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอท่าเรือ อำเภอบางปะหัน และอำเภอมหาราช 31,030 ครัวเรือน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังแจ้งเตือนทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้นำชุมชนให้เฝ้าระวัง ฝนตกหนักอีกรอบ วันที่ 7 จนถึง 10 ตุลาคมนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ความลำบาก ของคนพิการ ที่จังหวัดอุทัยธานี หลังน้ำแม่น้ำสะแกกรัง ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมวัดภูมิธรรม และ สมาคคนพิการทางการเคลื่อนไหว จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นที่พักพิงคนพิการได้สร้างความลำบากให้กับคนพิการที่อาศัยอยู่ที่นี่กว่า 10 คน ทำให้ไม่สามารถอาศัยอยู่ชั้นล่างได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร มา 3 วันแล้ว ต้องไปอยู่ชั้นบนของสมาคม โดยต้องนั่งรถวิลแชร์ฝ่าน้ำท่วม ขึ้นทางลาดไปชั้นบนอย่างทุกลักทุเล ซึ่งศูนย์นี้ก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่คนเดียว จะช่วยผู้พิการทุกคนก็ยากลำบาก อยากให้ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือเป็นการด่วน
ด้านนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เผยขณะนี้พบหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณฝั่งตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงก่อตัวเป็นพายุ เคลื่อนที่ไปทางทะเลจีนใต้ และขึ้นเหนือไปทางเกาะไหหลำเข้าสู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนเหนือ คาดว่าช่วงค่ำของวันที่ 10 ตุลาคม ส่งผลให้ประมาณวันที่ 12 - 13 ตุลาคม พื้นที่ตอนบนของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกมากขึ้น นอกจากนี้ยังเฝ้าจับตาถึงความเป็นไปได้ของโอกาสเกิดพายุอีกลูกหนึ่ง ที่บริเวณตอนเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ที่อาจจะเคลื่อนที่เข้ามาทางทะเลจีนใต้และอ่าวไทย และส่งผลกระทบกับภาคตะวันออกของไทย