จุดเริ่มต้นของเบาะแสนี้ มาจากเพจเฟซบุ๊ก "รับน้องสร้างสรรค์ระดับโคตรมหากาฬ" ที่ได้โพสต์ภาพบรรยากาศการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ โรงเรียนเจริญศิลป์ศึกษา โพธิ์คำอนุสรณ์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร พร้อมวงภาพชี้จุดระบุตัว นายอำเภอ และลูกสาวนายอำเภอ พร้อมแนบบทสนทนาของลูกเพจ ที่แจ้งข้อมูลมาว่า “ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. คือวันที่นักเรียนอายุ 12-17 ปี อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ต้องมาฉีดวัคซีนไฟเซอร์ แต่มีลูก VIP ของนายอำเภอคนหนึ่ง อายุตามในบัตร
ศบค. ยืนยัน "ไฟเซอร์" มาถึงไทยสัปดาห์หน้า อีก 1.5 ล้านโดส
จากที่นักเรียนในโรงเรียนเห็นมา คือ อายุประมาณ 22 ปี ได้เข้ามาฉีดวัคซีนไฟเซอร์ด้วย”
ประเด็นที่เกิดขึ้นทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหา คือ นายอำเภอเจริญศิลป์ หรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ในอำเภอเดียวกัน ทีมข่าวสอบถามไปยัง นายประพันธ์ สว่างศรี นายอำเภอเจริญศิลป์ ยอมรับว่าเมื่อวานได้ไปโรงเรียนดังกล่าวจริง แต่เป็นการพาทีมงานลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และนักเรียน ซึ่งช่วงหนึ่งตน ได้ถามทีมงานของโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขว่า ลูกสาวมีอายุยังไม่ถึง 18 ปี และมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ ถ้าวัคซีนวันนี้เหลือ สามารถให้ลูกสาวมาฉีดได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะโรคภูมิแพ้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนอยู่แล้ว อีกทั้งโรงเรียนแจงว่านักเรียนมาไม่ครบ จึงต้องใช้วัคซีนยังไงให้ลงตัวพอดี เพราะว่าในจำนวน 1 โดสจะฉีดได้ได้ 6 คน
นายประพันธ์ ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่าลูกสาว อายุ 17 ปี ไม่ใช่ 22 ปี อย่างที่ถูกกล่าวหา และที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะเรียนก่อนเกณฑ์ พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใดๆ ยื่นคำร้องตามปกติ หากไม่ได้ ก็ไม่ขอรับการฉีด ส่วนที่มีการแชร์ข้อมูลไม่ถูกต้อง นายประพันธ์ บอกว่าไม่ติดใจอะไร เพราะได้รายงานข้อเท็จจริงให้จังหวัดได้รับทราบแล้ว