เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2564 สำนักข่ายไทยรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า พายุโซนร้อน “คมปาซุ” อยู่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์แล้ว จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่เวียดนาม โดยอิทธิพลพายุโซนร้อน “คมปาซุ” จะส่งผลให้ไทยมีฝนมากกว่าพายุดีเปรสชัน “ไลออนร็อก” ส่วนพายุโซนร้อน “น้ำเทิน” ซึ่งเกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกอีกลูก อยู่ห่างมากและคาดเคลื่อนที่ไปทิศทางอื่น
โดย นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผย จากภาพถ่ายดาวเทียมช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้แสดงตำแหน่งของพายุโซนร้อน “คมปาซุ” ซึ่งอยู่บริเวณตะวันออกของประเทศฟิลิปินส์ ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จากแบบจำลองแสดงทิศทางการเคลื่อนตัวเข้าสู่เวียดนาม แล้วเคลื่อนสู่ประเทศไทยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าพายุโซนร้อน “คมปาซุ” จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเช่นเดียวกับพายุดีเปรสชัน “ไลออนร็อก” แต่จะมีอิทธิพลให้เกิดฝนตกหนักกว่า ซึ่งจะออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังต่อไป
นายณัฐพล กล่าวต่อว่า พายุดีเปรสชัน “ไลออนร็อก” ปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน คาดว่า จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่บ่ายของวันนี้ถึงพรุ่งนี้ (11-12 ต.ค.) ต่อมาในวันที่ 13 ต.ค.ฝนจะลดลง จากนั้นจะมีฝนเพิ่มขึ้นเพราะอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คมปาซุ” ตั้งแต่ 14 -16 ต.ค. ประกอบกับในห้วงเวลาเดียวกัน ร่องมรสุมจะพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ด้วย
รบ.เปิดพฤติกรรมแปลกร้านค้า เหตุรัฐต้องเอาคืน "เราชนะ" 17 ล้าน แนะวิธีรอดเจอเรียกเงินคืนโครงการรัฐ
ศบค.ชุดใหญ่ นัดถกมาตรการผ่อนคลาย 14 ต.ค. นี้ จับตาไฟเขียวจังหวัดนำร่องท่องเที่ยว
ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุตินิยมวิทยา กล่าวถึงเรื่องที่ประชาชนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวพายุโซนร้อน “น้ำเทิน” ซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตามมา จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า อยู่ห่างมากและคาดว่า จะเคลื่อนตัวไปทิศทางอื่น ไม่ได้เข้าสู่ประเทศไทย