หลังจากที่คืนวันที่ 9 ตุลาคม 2564 ที่ "พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต" พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง ได้มีการไลฟ์เฟซบุ๊กผ่านเพจ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต โดยมีการเชิญพระมหาไพรวัลย์ วรวัณฺโณ พระนักคิดนักเขียน และพระมหานภันต์ สนติภทโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ร่วมสนทนาธรรมด้วย โดยพระมหาสมปอง ขึ้นหัวข้อไลฟ์ว่า “พส.ไพรวัลย์ ขิงมาขิงกลับ ไม่โกง”
ซึ่งระหว่างการไลฟ์ช่วงหนึ่ง พระมหาสมปอง ได้ระบายความอัดอั้นจนถึงกับหลั่งน้ำตา เนื่องจากที่ผ่านมาถูกจ้องจับผิดจากพระผู้ใหญ่ และถูกจ้องให้จับสึกตลอดเวลา รวมถึงมีคำเตือนมา จนตอนนี้ไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้นเลย ทำไมคนต้องจ้องสึกเราด้วยนะ
โดยเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจของโยมแม่ พระมหาสมปอง เป็นอย่างมาก อีกทั้ง พระมหาสมปอง ยังได้เล่าความรู้สึกในใจ แบบรวบยอดว่า พอมีผู้ใหญ่เตือนเรื่องมีคนจ้องจับสึกอยู่นะ อย่าพลาดอีกนะ (เรื่องสำรวมเรื่องช่วยคน) ตอนนี้ ทำให้ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง
ซึ่งหลังไลฟ์จบก็เกิดแฮชแท็ก #Saveพระมหาสมปอง คราวนี้กลายเป็นเรื่องร้อนถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา ที่ต้องหาข้อมูลมาชี้แจงประชาชน โดยเบื้องต้น นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) รักษาราชการผอ.พศ. ยืนยันว่า การสึกพระมหาสมปองจะทำได้ต้องเป็นเจ้าคณะผู้ปกครองโดยตรง คือ เจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ไม่ใช่อยู่ๆใครจะไปสึกท่านได้และถ้าท่านปฏิบัติตามคำตักเตือน คำแนะนำของเจ้าอาวาสวัดสร้อยทองแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนสึก
นี่คือเหตุการณ์ล่าสุด ในความดราม่าที่เกิดกับพระมหาสมปอง แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดกระแสดราม่ากับพระมหาสมปองมาแล้ว อาทิ การรีวิวสินค้า ผ่านไลฟ์สด โดยใช้หัวข้อ "Unbox กับ พส." เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา
รักกันดั่งพี่น้อง! แง้มโปรไฟล์ 2 พส. แห่งยุค ตีให้ตายยังไงก็ไม่โป๊ะ!
และเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม พระมหาสมปอง ก็โดย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ตรวจสอบกรณีรีวิวสินค้า รวมถึงการไปเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้กับสโมสรฟุตบอล ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจเอกชน เพื่อหวังสร้างภาพลักษณ์ทำการตลาดสร้างกำไรให้กับสโมสร
"ศรีสุวรรณ"จี้ พศ. สอบ"พระมหาสมปอง"
รวมถึงกรณีที่โดน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตรวจสอบกรณี การแสดงความคิดเห็นเสียดสีโจมตีการทำงานของรัฐบาลช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ และรีวิวสินค้า ปุ๋ยน้ำ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ออกสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 ครั้งที่ 11/2564 มีมติเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของพระมหาสมปองเข้าข่ายการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสม และมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประสานพระสังฆาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
เรียกได้ว่า ตลอดช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา พระมหาสมปองถูกร้องเรียนและมีดราม่าเกี่ยวกับการรีวิวสินค้า การวิพากวิจารณ์การเมือง รวมถึงถูกจับตามองต่างๆ นานา แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่ทำให้กระแสความนิยมในการเป็นพระนักเทศน์ลดถอยลง
สำหรับประวัติของ "พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต" นั้นเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2521 ปัจจุบัน อายุ 42 ปี เข้าอุปสมบท เป็นพระภิกษุ เมื่อปี 2541 และศึกษาพระปริยัติธรรมเรื่อยมาจนสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค รวมแล้ว 22 พรรษา โดยได้ฉายา ตาลปุตฺโต ซึ่งฉายานี้ พระมหาสมปอง เคยอธิบายที่มาเมื่อครั้งเดินสายไปบรรยายธรรมะหลายที่ว่า ตาลปุตฺโต แปลว่า บุตรของนางตาล เพราะมารดาชื่อนางตาล นามสกุลเดิม นครไธสง เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้อง 7 คน
โดยปัจจุบัน พระมหาสมปองเรียนจนจบปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) เอกปรัชญา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่อด้วยปริญญาโท สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต (สส.ม.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทใบที่ 2 หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ม.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สนทนาธรรมะกับพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดัง
พระมหาสมปอง เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังเป็นพระวิทยากรนักเทศน์ในรายการ ธรรมะ Delivery ซึ่งออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยมีการสอดแทรกมุขตลกตลอดการเทศน์ จึงทำให้เข้าถึงกลุ่มนิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไป จนทำให้รู้สึกได้ว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป จากนั้นก็มีผลงานทางหน้าจอโทรทัศน์อีกหลายรายการ อีกทั้งยังมีผลงานการเขียนหนังสือธรรมะมากกว่า 20 เล่ม และมีเพจเฟซบุ๊กไว้สำหรับสร้างคอนเทนต์บรรยายธรรมะ fanpage พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต