เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ความคืบหน้าหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะที่เธอพาแม่อายุ 59 ปี ที่มีอาการป่วยเป็นไข้ และท้องเสียส่งโรงพยาบาลเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าแพทย์เวรกลับไม่ยอมรักษาแถมยังโมโหไล่ให้กลับบ้าน ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจอาการจนเกิดการโต้เถียงกันขึ้นในห้องฉุกเฉิน ซึ่งคลิปนี้ถูกแชร์ไปอย่างรวดเร็วและมีการแสดงความเห็นถึงการทำงานของแพทย์คนดังกล่าว
ผู้ว่าฯกทม.ย้ำเสียงแข็ง ผับ-บาร์ยังไม่เปิด
นางสาวจันทรา อายุ 29 ปี เจ้าของคลิป บอกว่า ช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคม แม่ของตนคือ นางอะเลมะ อายุ 59 ปี ป่วยมีไข้ หนาวสั่น ท้องเสีย ทางครอบครัวได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นและมีอาการไข้ขึ้นสูง จึงตัดสินใจพาแม่ลงดอยจากหมู่บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ไปโรงพยาบาลเชียงดาว เพราะกลัวว่าหากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตราย
แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลประมาณตีหนึ่ง เธอได้เข้าไปติดต่อขอทำบัตรที่ห้องเบอร์ 1 ตามที่เจ้าหน้าที่บอก แต่รอนานกลับไม่มีหมอมาตรวจ เธอจึงถามว่าทำไมไม่มีหมอ เจ้าหน้าที่บอกว่าหมออยู่ในห้องฉุกเฉิน เธอจึงเดินเข้าไปตามหมอ หมอถามว่าเป็นอะไร คนไข้อยู่ไหน เดินไหวไหม เธอบอกไหว ปรากฏว่าหมอตอบว่าให้กลับบ้านไป ซึ่งเธอก็ติดใจและถามกลับไปว่าทำไมไม่ตรวจอาการก่อน หมอตอบกลับว่าไม่ได้ และยืนยันให้กลับบ้านไป จนเกิดการโต้เถียงกันตามคลิป
ผู้ปกครอง ม.1 รับยังไม่กล้าให้ลูกไปโรงเรียน
นางสาวจันทรา ระบุว่า ไม่มีใครต้องการมาโรงพยาบาลถ้าไม่เจ็บป่วยจริง ๆ เพราะบ้านตนเองก็อยู่ไกล การเดินทางก็ลำบาก ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงโรงพยาบาล พร้อมมองว่าหมอต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มาพูดจาแบบนี้ ถ้าเป็นหมอแล้วมาทำกับประชาชนแบบนี้ก็ไม่ต้องมาเป็นหมอ เธอเข้าใจว่าสถานการณ์โรคโควิด 19 ทุกคนทำงานกันหนักและเครียด แต่อยากให้ช่วยพูดดี ๆ กับคนป่วย อธิบายให้เข้าใจก็ได้ว่า เพราะสาเหตุอะไรไม่ใช่ไล่กลับบ้าน แม้ไม่ขอโทษก็ไม่เป็นอะไร แต่ไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใคร และอยากให้โรงพยาบาลปรับปรุงระบบ
ด้าน พญ. กชพร อินทวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงดาว กล่าวว่า ยังไม่เห็นคลิปที่เกิดขึ้น เนื่องจากเธอมาปฏิบัติหน้าที่โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ แต่อย่างไรก็ตามจะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ส่วนการแถลงชี้แจงนั้นจะให้ทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ชีแจงในเรื่องนี้อีกครั้ง