นางจันทร์จิรา ศิริพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย พร้อมผู้บริหาร ระบุถึงข้อเท็จจริงว่ากรณีที่เกิดขึ้นว่า โรงเรียนรวบรวมและจัดทำข้อมูลนักเรียนที่มีอายุ 12 - 18 ปี และมีความประสงค์ที่จะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ส่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 747 คน ก่อนจะได้รับแจ้งกำหนดการฉีดวัค จาก กลุ่มประสานศูนย์ฉีดวัคซีน โรงพยาบาลหางดง ให้ฉีดวัคซีนให้เข็มที่ 1 วันที่ 28 ตุลาคม 2564 และ เข็มที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564
โรงเรียนจึงนัดหมายนักเรียนไปที่ศูนย์ฉีดวัคซีนพรอมเมนาดา โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ชั้น ป.6 ถึง ม.3 ฉีดเวลา 13.00 - 14.30 น. และ ม.4 ถึง ม.6 ฉีดเวลา 14.30 - 16.00 น. จนกระทั่ง เวลาประมาณ 15.30 น. นักเรียนจำนวน 747 คน ได้รับวัคซีนตามโควตาครบทุกคน
จากนั้นพยาบาลได้แจ้งกับครูผู้ประสานงานว่า มีวัคซีนเหลือจำนวน 19 โดส ให้ทางโรงเรียนติดต่อนักเรียนที่มีคิวฉีดวัคซีนรอบสอง มาฉีดวัคซีนที่เหลือ โดยให้เข้ามาฉีดก่อนเวลา 16.00 น.
ทางโรงเรียนได้ตามนักเรียนมาฉีดได้ก่อนเวลา 16.00 น. จำนวน 13 คน หลังจากนั้นในเวลา 16.05 น. ทางโรงพยาบาลได้เก็บอุปกรณ์ เตรียมเดินทางกลับ และ ทางโรงพยาบาลได้เสนอฉีดโดสที่เหลือ ให้กับครูและบุคลากรของโรงเรียนจำนวน 4 โดส
หลังจากฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากร ทีมงานโรงพยาบาลจึงเดินทางกลับทันที คงเหลือทีมเฝ้าสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีนจำนวน 3 คน ปรากฏว่ามีนักเรียนรอบที่สองที่เรียกไป เพิ่งเดินทางมาถึงศูนย์ฉีดเวลา 16.12 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกลับไปแล้ว จึงไม่ได้รับการฉีดวัคซีน
ส่วนประเด็นที่ถูกระบุว่ามีการนำชื่อเด็กนักเรียนโรงเรียนอื่นมาสวมสิทธิ์เข้าฉีดวัคซีนโควต้าของโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัยทีมผู้บริหาร ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้เข้ามาสอบถามลูกชายของคุณครูของโรงเรียน โดยทราบว่าลูกชายของคุณครูที่อยู่โรงเรียนเอกชนอีกแห่งหนึ่ง จะถึงคิวฉีดวัคซีนในวันถัดไป ( 29 ตุลาคม ) เจ้าหน้าที่พยาบาลจึงเรียกให้ไปฉีดได้เลยเพราะมีวัคซีนเหลืออยู่ ยืนยันว่าไม่ได้มีการนำรายชื่อไปใส่ในรายชื่อนักเรียนของโรงเรียนเรยีนาเชลีแต่อย่างใด
ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นมีผู้ปกครอง ศิษย์เก่าสอบถามและแสดงความไม่สบายใจ โรงเรียนจึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง