Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ไขความลับ"อลังการอาณาจักรสวนนงนุช" นทท. 3 ล้านคนต่อปีมาดูอะไร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากสวนผลไม้ใกล้พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อ 40 ปีก่อน คุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา คือผู้ที่ถูกคุณแม่นงนุชเลือกให้มารับไม้ต่อ สร้างสวนพฤกษศาสตร์ แม้ในตอนแรกเขาไม่เห็นด้วยนัก แต่ด้วยนิสัย ลุย เอาจริง วันนี้อาณาจักรสวนนงนุช กลายเป็น 1 ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก

แรกๆ ผมเรียนคุณแม่เลยว่า การทำสวนพฤกษศาสตร์มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือองค์กรที่มีเงินมหาศาลทำเพื่อส่วนรวม สังคม และเราเป็นเอกชนจะเอาเงินที่ไหนมาทำสิ่งนี้ แต่ท่านก็อยากทำเพราะอยู่ใกล้พัทยา ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขา( นักท่องเที่ยว) มาเที่ยว เราก็จะพอมีเงินได้ นั่นคือจุดเริ่มต้น

แรกเริ่มเดิมที่ สวนนงนุช ซึ่งตั้งชื่อตามชื่อคุณแม่ ของคุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา มีไอเดียมาจากการที่ท่านเดินทางไปเที่ยวที่สิงคโปร์และสวนพฤกษศาสตร์โบกอร์ ในประเทศอินโดนีเซีย และคิดว่า "อยากมาสร้างไว้ที่เมืองไทย"

เมื่อ คุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา เป็นผู้ถูกเลือกโดยคุณแม่ จากโปรดิวเซอร์นักสร้างหนังธุรกิจของครอบครัว เขาจึงลุยเดี่ยว "ทุ่มเท แรงกายและใจให้กับสวนนงนุช" จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 40 ปี ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงก่อนโควิด-19  ปีละ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน รวมทั้งยุโรป รัสเซีย เกาหลีใต้ ฯลฯ และคนไทย 

คน 3 ล้านคนต่อปีมาดูอะไรที่ "สวนนงนุช" วันนี้พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหลังฝ่ามรสุมโควิด-19  พีพีทีวี นิวมีเดีย เลยคัด "3 ที่สุดและที่แรกของโลกที่เกิดขึ้นในสวนนงนุช" มาบอกต่อกัน

สวนลอยฟ้า คือ จุดเด่นแรกที่ควรไปเยือนเมื่อเข้าสู่เขตของสวนนงนุช 

และถ้าพูดถึงสวนพฤกษศาสตร์ใกล้ๆ เมืองไทย ก็คงนึกถึง Gardens by the Bay ของสิงคโปร์ ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ทุ่มเงินราว 20,000 ล้านบาท สร้างขึ้น ขณะที่ Gardens by the Bay มองว่า "สวนนงนุช" คือคู่แข่งคนสำคัญ "สวนลอยฟ้าแห่งแรกของโลก" จึงกำเนิดขึ้น 

เขาบอกสวนนงนุชเป็นคู่แข่งเขา ผมบอกคู่แข่งได้ไงผมไม่มีเงินเหมือนคุณ เขาบอกสิ่งที่คุณสร้างมันดึงดูดคนได้ ผมถึงเกิดสวนลอยฟ้าขึ้นมา  เป็นสวนที่ใหม่ที่สุดในโลก ตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นชื่ออื่น แต่คิดไปคิดมา เขาว่าผมเป็นคู่แข่งเลยตั้งมันเลย Gardens in the sky แห่งแรกในโลก

พื้นที่ สวนลอยฟ้า ของสวนนงนุชมี 6 ไร่ แต่ถูกแบ่งออกเป็นสองชั้น สองเลเยอร์ เมื่อเข้ามาเดินแล้วจะเหมือนเดินชมสวนและพรรณไม้ต่างๆ บนพื้นที่ 12 ไร่  พร้อมกับพระพุทธรูปจากทุกที่ในเมืองไทยมาประดิษฐานไว้ให้ได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล มีรูปปั้นสัตว์หลากหลายชนิด หลายอิริยาบท รวมถึงช้างอีกหลายเชือก

หุบเขาไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริง  "ที่เด็กๆ เป็นคนชวนพ่อแม่มาเอง"

การทำสวนพฤกษศาสตร์ สวนการเรียนรู้ คือ "พ่อ แม่ ลูก วัยรุ่น ทุกคนอยากดูไม่เหมือนกัน อันนี้คือโจทย์ที่ยาก" คุณโต้ง เล่าให้ฟังว่า ต้องค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้ไป ว่าพ่อต้องการอะไร แม่ต้องการอะไร ลูกต้องการอะไร วัยรุ่นต้องการอะไร ซึ่งตอนแรก ผมไม่ได้คิดถึงเด็กเลย 

วันหนึ่งทีมงานบอก ขอปั้นไดโนเสาร์ได้ไหม  ตอนนั้นคุณโต้งบอกทีมงานให้ไปปั้นตรงพื้นที่ไกลๆ หน่อยนะ เพราะไม่แน่ใจว่าคนจะชอบหรือไม่ ปรากฏว่าคนเดินไปดูกันแน่น ต่อมาเลยไปหาคนที่เก่งเรื่องไดโนเสาร์ที่สุดในประเทศไทย ชื่อคุณกล์อฟ  มาช่วยออกแบบว่าควรสร้างตัวไหนอย่างไร  ปั้นไป ปั้นมา ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงมาได้ทั้งพ่อ แม่ ลูก  โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เห็นเพื่อนๆ ส่งรูปภาพกันทางไลน์ เลยชวนพ่อแม่มาดู 

สำหรับ ไดโนเสาร์ชนิดแรกขึ้นในสวน คือ ไทรเซอราทอปส์ จนปัจจุบันกลายเป็น หุบเขาไดโนเสาร์  ภายใต้ความคิดที่ว่า “ไดโนเสาร์ทุกตัว ทุกสายพันธุ์ จะต้องเหมือนของจริง” มีข้อมูลอ้างอิงพร้อมรูปลักษณ์ในทุกรายละเอียด  เพิ่มเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วสวนให้สมจริงบนเนื้อที่ 25 ไร่ ตกแต่งด้วยต้นตะบองเพชร ต้นปาล์มและต้นปรง  ปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยา มีไดโนเสาร์กว่า 230 ชนิด 814 ตัว 

เนิร์สเซอรี่ของพรรณไม้แห่งแรกในโลก บนถนนเส้นใหม่ จัดรถชมวิว 45 นาที ผ่านทุกตารางนิ้วในสวนนงนุชเหมือนดูภาพยนตร์ 1 เรื่อง 

ต่อมาคือ   เนิร์สเซอรี่ของพรรณไม้แห่งแรกในโลก รถชมวิวจะพาผ่านโรงเรือนของต้นไม้ พรรณไม้ต่างๆ ที่อยู่ในสวน ตั้งแต่ยังเป็นต้นเล็กๆ ทั้งตะบองเพชร ปาล์ม ปรง ฯลฯ แต่ที่อยากแนะนำคือ โรงเรือนอนุบาลตะบองเพชร ที่รวบรวมจากทั่วโลกกว่า 2,000 สายพันธุ์ การจัด “สวนถาด” ในพื้นที่ขนาดจิ๋ว ซึ่งความสำเร็จของการนั่งรถชม เนิร์สเซอรี่พรรณไม้  คุณโต้ง บอกว่า 

พอดูจบเขาวิ่งไปซื้อต้นไม้กันใหญ่เลย ฝรั่งบอกผมว่าผมทำหน้าที่เป็นหน้าต่างของต้นไม้คือพอคนเห็นแล้วไปซื้อเพื่อตามไปปลูกในชีวิตประจำวัน ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

บนพื้นที่ 1,700 ไร่ หากเดินคงใช้เวลา 1 วันไม่เพียงพอ เพราะแต่ละมุม แต่ละจุดของสวนนงนุช ล้วนมีจุดเด่นให้ได้หยุดชม หยุดเก็บภาพ ถ่ายรูปได้ทั้งครอบครัว ตั้งแต่พรรณไม้ไปจนถึงรูปปั้นสัตว์หลายพันตัว หลายสายพันธุ์ 

แต่อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือ "นั่งรถชมวิว" บนถนนที่ตัดขึ้นใหม่" เพื่อใช้เวลา 45 นาที ผ่านทุกตารางนิ้วของสวนนงนุช เหมือนดูภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง ผ่านฉากต่างๆ จนจบ "นี่คืออีกหนึ่งแนวคิดจากผู้สร้างภาพยนตร์มาใช้กับสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่"

ขณะเดียวยังได้ "ข้อมูลจากนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องสอบถาม แต่เป็นการสำรวจความต้องการในอีกทางหนึ่ง"  

คุณโต้ง อธิบายว่า ระหว่างที่นักท่องเที่ยวนั่งรถชมวิวเขาจะแสดงความเห็นต่างๆ แล้วคนขับรถซึ่งได้ยินทุกวัน จะมารายงานผมว่าตรงไหน จุดไหนยังขาดอะไร ฟังจากเสียงบ่นของนักท่องเที่ยว แล้วผมก็จะไปเติม เช่น ต้นไทรยักษ์ปาปัวนิวกินีขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวไม่รู้จักว่าต้นไม้ชนิดนี้ชื่ออะไร ผมก็สั่งติดป้ายชื่อให้เลยทันที

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักรสวนนงนุชบนเส้นทางเกือบ 40 ปี ของผู้ชายชื่อ โต้ง กัมพล ตันสัจจา ผู้ได้เรียนรู้ลึกซึ้งในเรื่องของสวนพฤกษศาสตร์จนเกิดเป็น "อาณาจักรสวนนงนุช"

ผมพยายามสร้างให้มันครบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คำว่าครบของผมมันไม่มีวันครบ แต่เราทำให้ถึง คือ สวนพฤกษศาสตร์ ต้องหล่อหลอมเด็กให้รักธรรมชาติ สัตว์ และประวัติศาสตร์ ให้ได้ และผมคิดว่าเราทำถึงแล้ว เราเดินถูกทาง ตอนนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ เราหาเงินจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของเรา แต่อีกด้านหนึ่งผมทำแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน คนรุ่นใหม่ และให้ต่างชาติ ได้รู้ว่าประเทศไทยเรามีวัฒนธรรม สิ่งดีงามอะไรบ้าง ตรงนี้ผมทำถึงแล้ว  โต้ง กัมพล ตันสัจจา กล่าว

ติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษได้โดยสุทธิชัย หยุ่น "โฉมใหม่สวนนงนุชหลังโควิด-19" สัมภาษณ์ "คุณกัมพล ตันสัจจา" เจ้าของสวนนงนุช  ในรายการ "กาแฟดำ" วันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ย. 64 เวลา 22.45 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ