เอกสารการ ระบุหน้าที่ของ ครูคนหนึ่ง ที่รับหน้าที่มากถึง 15 ตำแหน่ง ทั้งในงานบริหาร และงานสอนนักเรียน จากในเอกสารจะเห็นว่า ครูคนนี้คนเดียวสอนหนังสือเกือบทุกวิชา วันนี้ 16 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปโรงเรียนบ้านเกิ้ง ตำบลกุง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ พบนายราเมศร์ ทองกลม ครูผู้ช่วย ซึ่งรับหน้าที่คนเดียวถึง 15 ตำแหน่ง
ครูราเมศร์ บอกว่าเรียนจบวิชาเอกภาษาไทย และเมื่อ 2 ปีที่แล้วสอบเข้ามาในโครงการครูคืนถิ่น ในตำแหน่งครูภาษาไทย ตอนแรกในโรงเรียนมีครู 2 คน และผู้อำนวยการ 1 คน
แต่พออยู่ไปสักพัก ครูอีกคนก็สอบได้เป็นรองผู้อำนวยการ จึงไปรับตำแหน่ง ส่วนผู้อำนวยการคนเก่าก็ย้ายกลับไปภูมิลำเนา ทำให้เหลือกัน 3 คน
โดยเอกสารคำสั่งที่ถูกแชร์ออกไปนั้น เป็นคำสั่งตั้งแต่เดือนม.ค. ตั้งแต่ผู้อำนวยการย้ายไป จึงแต่งตั้งให้สามารถดำเนินงานได้เรียบร้อย
ทุกวันนี้ ครูราเมศร์ มีหน้าที่เป็นครูประจำชั้นประถมปีที่ 4 , 5 และ 6 พร้อมกับสอนหนังสือนักเรียนในทุกวิชา ทั้งภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคม สุขศึกษา วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงศิลปะ
นอกจากนี้ ก็ยังมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านบริหาร ช่วยทางผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย แม้ว่าภาระทั้งจากการสอนและการบริหารจะค่อนข้างเยอะ
นายราเมศร์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ตนรับผิดชอบทุกงานในโรงเรียน เพราะตนเป็นข้าราชการครูผู้สอนเพียง 1 คน ในโรงเรียนแห่งนี้ และมีผู้อำนวยการที่คอยบริหาร ซึ่งตนก็ได้สอนทุกวิชา พร้อมกับเป็นครูประจำชั้น ด้วย ซึ่งตนก็ทำหน้าที่สอนทุกวิชา
ด้าน นายทองปรม ศรีโพนทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกิ้ง บอกว่าปัจจุบันมีนักเรียน 26 คน ผู้บริหาร 1 คน มีครูประจำการ 1 คน ครูอัตราจ้าง 1 คน และครูธุรการ 1 คน ตอนนี้ครูแต่ละคนรวมถึงตัว ผอ. เองก็ต้องดูแลสอนหนังสือ คนละ 2 – 3 ห้อง
ผู้อำนวยการโรงเรียนยอมรับว่า ภาระหน้าที่ที่ค่อนข้างมาก ทำให้การเรียนการสอนอาจไม่เต็มที่ เพราะครูจะสอนอยู่ในห้องเรียนได้ประมาณ 20 นาที ก็จะต้องย้ายไปสอนอีกห้องหนึ่ง แต่ทางโรงเรียนก็แก้ปัญหาด้วยการนำเอาทีวีช่วยสอนแทน ที่ผ่านมาก็ได้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองตลอด ว่าเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กอ่านออกเขียนได้ และไม่ทอดทิ้งนักเรียน
ปัญหาที่พบว่าครูหนึ่งคนต้องทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทีมข่าวพีพีทีวีได้ลองพูดคุยกับ อดีตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ พบว่าหลายคนเมื่อเรียนจบแล้วก็ไม่เลือกไปต่อในอาชีพครู
หนึ่งในอดีตครูช่วยสอนเล่าว่า 6 ปีที่แล้ว เคยฝึกสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แม้ตอนนั้นจะได้ทำหน้าที่สอนเด็กอย่างเต็มที่ โดยไม่มีภาระอื่น แต่ก็เห็นว่าครูต้องแบกรับงานที่นอกเหนือจากการสอนอีกมาก ไม่สอดคล้องทฤษฎีที่ถูกพร่ำสอนมาตลอดว่า นักเรียนเป็นศูนย์กลางการศึกษา พอเรียนจบจึงตัดสินใจไม่ทำอาชีพครูต่อ
เช่นเดียวกับ นายวัชรศักดิ์ สุดล่า อดีตนิสิตคณะครุศาสตร์ ที่แม้จะรักในวิชาชีพครู และสามารถสอบบรรจุเป็นครูในกรุงเทพมหานครได้สำเร็จ แต่กลับขอสละสิทธิ์ แล้วหันไปทำงานวิจัยอิสระ เพราะมองแล้วว่าระบบของโรงเรียนไม่ได้สนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาเด็ก
นายวัชรศักดิ์ บอกว่าแม้จะไม่ได้ประกอบอาชีพครู แต่ก็ได้รับรู้จากเพื่อนร่วมรุ่นว่า นอกจากภาระหน้าที่การสอนเด็กเด็กแล้ว ครูในปัจจุบันยังต้องแบกรับภาระหน้าที่อื่นด้วย เช่น บางคนต้องทำงานบัญชี งานพัสดุ งานโภชนาการ
ขณะเดียวกันทีมข่าวพีพีทีวียังพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ถึงกรณีครู 1 คน ต้องรับภาระหน้าที่หลายตำแหน่ง แต่น.ส.ตรีนุช ปฏิเสธโดยระบุสั้นๆ ยังไม่สะดวกเพราะอยู่ระหว่างปฏิบัติงาน ครม.สัญจร.