เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีกรรมช่วงการเปิดงาน “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ครั้งที่ 61” ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) ระหว่างทำพิธีเปิดเมือง มีฤๅษี 3 ตน หมอธรรม ร่างทรงเทพ หมอผีต่าง ๆ รวมทั้ง เณรแอ อดีตจอมขมังเวทชื่อดัง มาร่วมทำพิธีด้วย สร้างความแปลกใจให้กับชาวสุรินทร์ ที่เข้าร่วมพิธีบวงสรวงอย่างมาก และตั้งคำถามว่าในงานสำคัญระดับจังหวัดแบบนี้ ทำไมไม่นิมนต์พระเกจิอาจารย์ หรือ หมอช้าง มาร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคล
แต่กลับนำเอาหมอผีมนต์ดำ มาทำพิธีเปิดบ้านเปิดเมือง จึงกลัวว่าจะทำให้เกิดอาเพศ หรือ เป็นอัปมงคลหรือไม่
หากย้อนกลับไปดู พิธีกรรมที่จัดขึ้นปีที่แล้ว จะเห็นว่าระหว่างทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุรินทร์ แม้จะไม่ได้มีพิธีทางสงฆ์ ไม่มีพระเกจิอาจารย์ แต่มีพราหมณ์เป็นผู้นำในการทำพิธี แต่งานในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวาน กลับมีพิธีกรรมที่เรียกว่า สายไสยศาสตร์มนต์ดำ มีทั้ง เณรแอ ฤาษี หมอผี และร่างทรงมาร่วมพิธี แถมบางช่วงระหว่างการทำพิธีมีการอวดอ้างเสกน้ำในขัน ให้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ด้วย
โดยกลุ่มฤาษี และเณรแอ อ้างว่า น้ำมนต์ที่อยู่ภายในขันเป็นน้ำมนต์เก่าแก่ ใครโดนเข้าไปจะรักจะหลง หรือ คนไม่มีการงาน ก็ได้หน้าที่การงาน คนไม่มีโชคมีลาภโดนเข้าก็จะได้โชคได้ลาภอันยิ่งใหญ่ จากนั้นก็ได้มีการร่ายคาถาต่าง ๆ จนเสร็จพิธี
หลังเหตุการณ์นี้ปรากฏออกไป สร้างความไม่สบายใจให้กับกลุ่มเครือข่ายประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ โดยได้รวมตัวหารือเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมองว่าทุกปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีการทำพิธีลักษณะนี้ และมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร รู้สึกรับไม่ได้ และเตรียมทำพิธีทำบุญล้างบ้านล้างเมือง ขอขมาลาโทษพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคนที่ศรัทธาควรศรัทธาส่วนตัวได้ แต่ไม่ใช่เหมารวมว่าคนสุรินทร์จะต้องศรัทธาสายมูแบบนี้ บอกเลยว่าคนสุรินทร์หลายคนเสียความรู้สึก หน่วยงานใดก็ตามที่ทำเรื่องแบบนี้มาควรมีคำตอบให้คนชาวสุรินทร์
นอกจากนี้ ชมรมชาวกูยแห่งประเทศไทยและชาวสุรินทร์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า การกระทำดังกล่าว ถือ เป็นอวิชชา ไสยศาสตร์มนต์ดำ เดรัจฉานวิชา ที่ไม่เหมาะสม ขัดต่อความเชื่อ วัฒนธรรม จารีตประเพณีอันดีงามของเมืองสุรินทร์ จึงขอเรียกร้องให้จังหวัดออกมาชี้แจง และจัดพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาแสดงความเสียใจ และชี้แจงว่าการจัดงานเมื่อวานนี้ ได้ดำเนินการตามพิธีตามกระบวนการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิเหมือนทุกปี ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง แต่มีพิธีที่เป็นกระแสแทรกเข้ามา โดยก็ไม่ทราบมาก่อน ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอโทษชาวจังหวัดสุรินทร์ทุกคน
นอกจากนี้ ทางจังหวัดขอรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะจัดพิธีบวงสรวงขอขมาพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง และเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญเมืองสุรินทร์ พระสงฆ์ 65 รูปในวันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.)