น.ส.สุภาวดี พุทธบุรี นำคลิปหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อ ทนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ ทนายโป้ง ซึ่งผู้ชายในคลิป ที่ล้มลง คือ นายมโนสิทธิ์ จันทรา สามี เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเธอเชื่อว่า สาเหตุเกิดจากที่สามีฉีดวัคซีนโควิด - 19
น.ส.สุภาวดี เล่าว่า สามี ฉีดวัคซีนเข็มแรกวันที่ 27 ส.ค. 2564 เป็นวัคซีนซิโนแวค ถัดมาเข็มที่ 2 คือแอสตร้าเซนเนก้า วันที่ 24 ก.ย.2564 หลังจากฉีดสามีป่วย และมีอาการหนาวสั่น ผื่นขึ้นหน้าอก ปวดตามข้อและขา แต่ก็ไม่ได้เอะใจเพราะสามีเป็นคนทำงานหนักอยู่แล้ว แต่ทานข้าวได้ตามปกติ
วันที่สามีจะล้มลงสามีโทรมาบอกว่าปวดขา ขาชา ก้าวขาไม่ออก และแน่นหน้าอก ร่วมด้วยกับการปวดท้องแต่ถ่ายไม่ออก หลังจากนั้นสายก็ตัดไป จากนั้นเพื่อนของสามีก็โทรมาให้มาที่โรงพยายาบาล ตนจึงรีบไปพบว่าหมอกำลังปั๊มหัวใจอยู่ และมีเลือดกระเด็นเต็มหน้า ตนจึงรีบเข้าไปกอดแต่ตัวสามีแข็งและเย็นหมดแล้ว และหมอก็ช่วยไม่ได้แล้วหลังจากนั้นจึงนำร่างของสามีไปทำพิธีศพต่อที่จ.สงขลา
หลังจากนั้นทาง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ติดต่อมาให้ไปยื่นเรื่องเพื่อรับเงินเยียวยาจึงยื่นเรื่องหลังจากสามีเสียไปประมาณ 2 อาทิตย์ แต่เรื่องกลับเงียบหายไป แต่ทาง สปสช.ก็ติดต่อมาอีกทีบอกให้รออย่างเดียวจน 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้เงินเยียวยา ติดต่อประกันสังคมเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้รออีก แถมตอบกลับว่าให้รอเพราะไม่ได้มีคนตายแค่คนเดียว คนอื่นก็ตายกันเยอะให้รอเป็นเดือน
เมื่อ ไปศูนย์ดำรงธรรมเพื่อแจ้งเรื่อง แต่ศูนย์ดำรงธรรมก็บอกว่าส่งเอกสารให้แล้วรู้สึกเหนื่อยและท้อจึงอยากได้ความช่วยเหลือจากทนายเพื่อยื่นเรื่องขอเงินเยียวยา เพราะตัวเองยังมีลูกอายุ 7 ขวบ ที่ต้องดูแล
ทนายโป้ง กล่าวว่า จะพาผู้เสียหายไปที่ สปสช. และไปยื่นเรื่องที่ สสจ.นนทบุรี เพื่อรับเงินที่ สสจ.กำหนดไว้ ถ้าหากเอกสารยังไม่เข้าสู่ระบบตนจะนำเรื่องไปยื่นใหม่ทั้งหมดเพื่อรับเงินเยียวยาต่อไป
ส่วนกรณีช่างภาพหญิงของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีตาบอด หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ล่าสุด นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลและอาการที่ปรากฎหลังรับวัคซีน ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นความเสียหายที่เป็นเหตุสุดวิสัยจากการรับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเข้าตามเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือ เป็นความเสียหายประเภทสูญเสียอวัยวะหรือพิการที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต จึงวินิจฉัยให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 240,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุด
โดยก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการฯ เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้มีมติจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้วจำนวน 30,000 บาท จึงให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพิ่มเติมอีกจำนวน 210,000 บาท โดยจะมีการโอนจ่ายเงินช่วยเหลือภายใน 5 วัน