อดีตพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน กรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างแรงงานนาน 3-6 เดือน หลังบริษัทดังกล่าวว่าจ้างให้ทำงานในอัตราเงินเดือนๆ ละ 15,000 บาท แต่ได้รับเพียง 3,000-5,000 บาท เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาทางลูกจ้าง กว่า 100 คน ที่ไม่ได้รับเงินเดือนตามที่ตกลงจ้างไว้ ได้รวมตัวกันเดินทาง ไปร้องเรียนยังหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง และเมื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานมาสอบถาม ก็ได้รับการชี้แจงว่า กรณีนี้ไม่ใช่จ้างแรงงาน แต่เป็นสัญญาจ้างทำของ และให้ลูกจ้างไปฟ้องเรื่องผิดสัญญาจ้างทำของเอาเอง
อดีตลูกจ้างให้ข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าว มีนักการเมืองชื่อดังในจังหวัด สนับสนุนโครงการกำจัดขยะ ลูกจ้างทุกคน จึงเชื่อมั่นว่าบริษัท จะมีความมั่นคง รู้จักกับส.ส.คนดังและญาติ จึงเข้าทำงานด้วย
นางสาวนลัทพร ทองชนะ อายุ 25 ปี บอกว่า บริษัทนี้ไม่ได้มีประกาศรับสมัครงาน ใช้วิธีการเข้ามาทักทาย แนะนำให้ไปสมัครงานผ่านคนรู้จัก ซึ่งเธอเข้าไปสมัครงานที่ โรงแรมสิริลัน กันตัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ในตอนนั้น เมื่อเข้าไปเขาแนะนำเรื่องสวัสดิการ บอกว่าถ้ามาทำงาน 3 เดือนแรก จะจ่ายเป็นค่าจ้างรายวัน วันละ 300 บาท วันไหนทำก็ได้เงิน วันไหนไม่ทำก็ไม่ได้เงิน หลังจาก 3 เดือน หากผ่านทดลองงานจะได้รับเงินเดือน เดือนละ 22,000 บาท โดยเธอทำงานไปแล้ว เกือบ 4 เดือนกว่าๆ แต่ยังไม่ได้เงินค่าจ้าง หรือ เงินเดือนเลยสักครั้ง
ส่วนทางด้านอดีตลูกจ้างอีกราย บอกว่า หลังจากที่ไม่ได้รับเงินเดือนก็ได้ลาออก และได้ไปติดต่อที่แรงงานจังหวัดตรัง ซึ่งเธอได้บอกกับเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดตรังว่า ก่อนหน้านี้เคยมีลูกจ้างรุ่นหนึ่งมาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เคยมีใครมาเลย และความจริงแล้วรุ่นที่หนึ่ง ไปแจ้งที่คุ้มครองแรงงานและสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ซึ่งข้อมูลไม่ได้เชื่อมโยงกับแรงงานจังหวัดตรัง และตอนที่ไปติดต่อแรงงานจังหวัด เธอยังไม่ได้ลาออกจากบริษัทนั้น เพราะต้องการให้แรงงานมาตรวจสอบก่อน เพื่อจะได้ยืนยันว่าเธอทำงานที่นั่นจริงๆ เป็นพยานให้ราชการได้
โดยเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดตรัง บอกกับพวกเธอว่า ว่าเรื่องนี้ไม่เข้าข่ายแรงงาน เพราะเป็นการทำงานเป็นจ็อบ ไม่มีการลงชื่อเข้างาน แรงงานจึงดำเนินการไม่ได้ ให้ยกเลิกคำร้อง และให้ไปเดินเรื่องที่ศาลแรงงาน จังหวัดสงขลา ด้วยตนเอง โดยบอกว่าจะเสร็จเร็วกว่าให้แรงงานจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ จึงได้ไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จึงอยากให้ทางภาครัฐให้การช่วยเหลือด้วย เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก