เถ้ากระดูกของผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ถูกห่อด้วยผ้าขาวบรรจุร่วมกันอยู่ภายในกล่องพลาสติกกล่องนี้ ถูกทิ้งไว้ที่วัดสุทธาวาส ย่านฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร มาเป็นเวลานานนับตั้งแต่การระบาดในรอบแรกเมื่อช่วงปี 2563
ข้อมูลนี้เปิดเผยโดย ที่นายสุรเสก เนื่องน้อย หรือ ลุงต๋อย อายุ 56 ปี สัปเหร่อวัดสุทธาวาส เล่าให้ทีมข่าวพีพีทีวีฟัง พร้อมกับบอกเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ที่วัดมีเถ้ากระดูกของผู้ป่วยโควิด ประมาณ 70 ร่าง ในจำนวนนี้ 20 ร่าง ญาติยังไม่สะดวกมารับกลับ โดยบางคนให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม ไม่มีเงิน และตกงาน
ขณะที่อีกประมาณ 50 ร่าง ญาติบอกให้วัดจัดการเลย จะเอาไปทำอะไรก็ไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก เถ้ากระดูกเหล่านี้จึงไม่ต่างอะไรกับกระดูกของคนไร้ญาติ พอได้ยินแบบนี้ลุงต๋อย ก็บอกว่ารู้สึกสงสารและอยากประกอบพิธีทางศาสนาให้ เพราะผู้ที่เสียชีวิตด้วยโควิด ตอนเสียชีวิตก็โดดเดี่ยว ตอนเผาก็ไม่มีใคร พอเหลือเถ้ากระดูกก็อยากให้พวกเขาไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง ดังนั้นทางวัดจึงเตรียมทำพิธีทำบุญใหญ่เพื่อลอยเถ้ากระดูกให้กับผู้ที่ไม่มีญาติมารับกลับไปในช่วงเดือนเมษายนนี้
พร้อมฝากถึงลูกหลานและครอบครัวที่นำศพมาเผาที่วัด แล้วไม่ยอมมารับกลับว่าตอนเขาเลี้ยงเรา เขาเลี้ยงได้ พอพวกท่านเสียก็อยากให้มารับกลับไปดูแล พร้อมยืนยันว่ากระดูกพวกนี้ไม่มีเชื้อโควิดแล้ว และตั้งแต่รับเผาศพโควิดมาตัวเองก็ยังไม่เคยติดเชื้อโควิดเลย
ส่วนใครที่ไม่กล้ามารับเถ้ากระดูกกลับไปเพราะไม่มีเงิน ลุงต๋อยบอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะหากไม่มีเงินวัดก็ไม่ได้ว่าอะไรสามารถมารับกลับไปได้เลย แต่ยอมรับว่าทางวัดเองก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เพราะการเผาศพ 1 คน ต้องใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 70-80 ลิตร คิดเป็นเงินประมาณ 2,000-3,000 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้
นอกจากนี้ลุงต๋อย ยังบอกว่าอีกไม่นานตัวเองคงเลิกเป็นสัปเหร่อ และกลับไปสร้างบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ตอนนี้คงต้องรอเก็บเงินอีกสักพัก เพราะเงินเก็บที่มีนำเป็นค่าใช้จ่ายให้ศพโควิดหมดแล้ว ดังนั้นในระหว่างที่ตัวเองเป็นสัปเหร่อ ก็อยากส่งดวงวิญญาณผู้ป่วยโควิดทั้งหมดไปสู่ภพภูมิที่ดีก่อน