ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.แม่ริม และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังกว่า 20 นาย ตรวจสอบร้านอาหารภายในหมู่บ้านน้ำต้น ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนมา โดยพบว่ามีการปรับพื้นที่เป็นที่จอดรถได้มากกว่า 100 คัน ติดริมแม่น้ำมีร้านอาหารเปิดบริการเรียงรายกันอยู่ 12 ร้าน ทุกร้านมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับลูกค้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบวัยรุ่นบางส่วนอายุไม่ถึง 20 ปี นอกจากนี้ยังมีบางร้านที่เปิดโต๊ะกลางน้ำให้ลูกค้านั่งดื่มกินคลายร้อน
นายธีรนนท์ กันทวงค์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่า เป็นความผิดชัดเจน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่สามารถออกใบอนุญาตจำหน่ายสุราได้ จึงทำการจับกุมทุกร้านแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ดูแลร้านไปรับทราบข้อหากับพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม ซึ่งจะมีการเปรียบเทียบปรับร้านละ 500 บาท ตามกฎหมาย
ส่วนปัญหาร้องเรียนเรื่องจำหน่ายเครื่องดื่มแพง เนื่องมาจากมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการและมีร้านแห่งหนึ่งขายน้ำดื่มขนาด 600 ซีซี ในราคาขวดละ 70 บาท ได้ขอความร่วมมือทุกร้านไปแล้ว หากพบอีกจะถูกดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม
ส่วนที่พบว่ามีการรุกล้ำใช้ประโยชน์ในแม่น้ำปิง ได้สั่งให้ทุกร้านยุติการให้บริการในลักษณะนี้และให้เก็บโต๊ะเก้าอี้ออกให้หมด เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า แต่หากหลังจากนี้ได้รับอนุญาตก็สามารถดำเนินการได้
นอกจากนี้ยังกำชับให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเจ้าของท้องที่จัดเวรยามเข้ามาตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท รวมทั้งสอดส่องไม่ให้กระทำผิดกฎหมายในทุกเรื่อง
ด้านผู้ดูแลพื้นที่ เปิดเผยว่า ทุกปีที่ผ่านมามีการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการหมู่บ้าน มีการเปิดให้เช่าพื้นที่เป็นล็อค ล็อคใหญ่สุดราคา 50,000 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำเข้าหมู่บ้านเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยปีนี้เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน
ส่วนกรณีขายน้ำดื่มขวดละ 70 บาท ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจเรื่องภาษา และความเข้าใจผิด โดยมีการกำชับไปแล้วว่า น้ำดื่มขวดเล็กไม่ควรเกิดขวดละ 20 บาท