เปิดร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายความคุ้มครอง-เพิ่มสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม หลัง ครม.อนุมัติปรับปรุงแก้ไขใหม่ จะขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน เพิ่มสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และเพิ่มบทลงโทษนายจ้างอย่างไร

ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติ หลักการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .. เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

ส่งผลให้นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ หรือที่เรียกกันว่า “สิทธิประโยชน์ชราภาพ 3 ขอ” ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนได้แล้ว

ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีอื่นด้วย โดยแก้ไขเงื่อนไขของการเป็นผู้ประกันตน ดังนี้

แก้เงื่อนไขการผู้ประกันตน ม.33-ม.39

สำหรับการแก้เงื่อนไขของผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 มีข้อมูล ได้แก่

  • ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้แรงงานกลุ่มผู้สูงอายุได้รับความคุ้มครองในระบบประกันสังคม และแก้ไข
  • กำหนดให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน เป็น 48 เดือน และลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน แต่ยังต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ

 

“ม.39” ค้างชำระเงินสมทบ จ่ายเพิ่ม 2% ของเงินที่ยังขาดอยู่

รวมถึงยังมี การปรับการคำนวณเงินเพิ่มค้างชำระเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยผู้ประกันตนซึ่งส่งเงินสมทบไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ 

แตกต่างจากเดิม ที่จะคำนวณเศษของเดือนถ้าถึง 15 วัน หรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง 

ทั้งนี้ เงินเพิ่มที่คำนวณได้ต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย เพื่อให้การคำนวณเงินเพิ่มค้างชำระเงินสมทบมีความชัดเจนและเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน

เพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทน “สงเคราะห์บุตร-ว่างงาน-ลาคลอด”

นอกจากนี้ ยังแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนของผู้ประกันตน ได้แก่

  • กำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างที่ได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลา และภายหลังการสิ้นสภาพเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรต่อไปอีก 6 เดือน

แตกต่างจากเดิม ที่ผู้ประกันตัวจะได้รับประโยชน์ทดแทนเพียง 4 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต เท่านั้น

  • กำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้รับบำนาญชราภาพ ที่ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และให้นำส่งเงินสมทบ เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน 3 กรณี

  1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  2. กรณีทุกพลภาพ
  3. กรณีตาย

โดยสิทธิดังกล่าวไม่สามารถโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี และในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ประกันตนหรือบุคคลซึ่งมีสิทธิมีหนี้อันเกิดจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กองทุนประกันสังคม (สปส.) มีสิทธิหักเงินประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิมีหนี้ค้างชำระกลับเข้ากองทุน

แตกต่างจากเดิม ที่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้รับบำนาญชราภาพ ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนอีกได้

  • กำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องอยู่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน รวมถึงต้องไม่ใช่ผู้ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ และมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์

แตกต่างจากเดิม กำหนดให้ผู้ประกันตนที่มีอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ได้รับสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเท่านั้น เพื่อให้ผู้ประกันตนที่มีอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 60 ปีบริบูรณ์และที่ยังคงทำงานได้สามารถมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เสียก่อน ที่จะได้ประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทดแทนใดประโยชน์ทดแทนหนึ่งให้แล้วเสร็จก่อน

  • แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรไม่เกินสองครั้ง เป็นการเหมาจ่ายในอัตราครั้งละร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง จากเดิม 90 วัน เป็นเวลา 98 วัน หรือระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนทุพพลภาพอันมิใช่จากการทำงานมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ จากเดิม 50% ของค่าจ้าง เป็น 70% ของค่าจ้าง 

“นายจ้าง”ยื่นข้อมูลล่าช้า-แจ้งข้อมูลเท็จ ทั้งจำทั้งปรับ

  • กำหนดให้นายจ้าง ซึ่งไม่ยื่นแบบรายการต่อสำนักงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานขอให้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แตกต่างเดิมที่ไม่ได้กำหนดให้นายจ้างที่มีเจตนาไม่ยื่นแบบรายงานหรือไม่แจ้งเป็นหนังสือมีความผิด

  • กำหนดให้นายจ้างที่ยื่นแบบรายการหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมรายการอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยคู่ฟ้า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ