ผศ.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เผยถึงแนวคิดของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ไม่ได้บรรจุวิชาลูกเสือลงในหลักสูตร แต่ประยุกต์เป็นวิชา อยู่รอดปลอดภัย เน้นสอนทักษะการตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเน้นเหตุการณ์ที่เด็กมีโอกาสได้ใช้ในชีวิตจริง เช่น การปฐมพยาบาล การช่วยเหลือเพื่อน ส่วนทักษะที่มีโอกาสพบเจอได้น้อย อย่างเช่น การเอาตัวรอดในป่าลึก เน้นสอนในเชิงความเข้าใจว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนั้นจะทำอย่างไร แต่ให้เวลากับสิ่งที่มีโอกาสพบเจอได้มากกว่า
ส่วนเรื่องเครื่องแบบลูกเสือที่มีการถกเถียงกันในสื่อออนไลน์ ผศ.อดิศร มองว่า เครื่องแบบไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เพราะโรงเรียนสาธิต มธ. ก็มีเครื่องแบบเป็นชุดกีฬาที่เด็กจะต้องใส่ในบางวันที่มีตลาดนัด เพื่อทำให้นักเรียนสามารถแยกออกจากเด็กคนอื่น การแต่งเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี จึงต้องดูว่ามีเป้าหมายอะไร ซึ่งหากมองว่าการแต่งเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารีมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกับผู้ปกครองหลายครอบครัวที่เจอวิกฤตโควิด ก็ควรมีการเริ่มผ่อนปรน
ส่วนหลักสูตร ที่เกี่ยวกับ ลูกเสือ ถูกสอดแทรกไว้ในวิชาอื่นๆ ผศ.อดิศร มองว่า การผ่อนปรนเรื่องเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี แต่ละโรงเรียนสามารถเริ่มได้เอง เพราะถ้าดูจากระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 ข้อ 15 ระบุว่า สถานศึกษาใดจะกำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี หรือชุดอื่นๆ แทนเครื่องแบบนักเรียนในวันใด ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนดโดยคำนึงถึงความ “ประหยัดและเหมาะสม”
และข้อ 16 ระบุว่า ในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ให้สถานศึกษาพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียนได้ตามความเหมาะสม จึงมองว่า โรงเรียนจึงควรเปิดกว้าง รับฟังความเห็นของผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อหาทางตรงกลางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน หากผ่อนปรนจะได้ตรงจุด หรือหากไม่ผ่อนปรน ก็ควรอธิบายให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าใจเหตุผล และใส่เครื่องแบบด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ถูกบังคับ