นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา มือปราบสัมภเวสี พร้อมด้วยทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง พาเหยื่อที่อ้างว่าถูกวัดดัง จังหวัดนครพนม เบี้ยวจ่ายค่าก่อสร้างศาลาและแทงค์น้ำวัด มูลค่าหลายล้านบาท และเหยื่อสาวที่ถูกเจ้าอาวาสวัดอีกแห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ทักข้อความเฟซบุ๊กคุกคาม ในเชิงอนาจาร เข้ายื่นหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรียกร้องความเป็นธรรม
สำหรับเคสแรก ผู้เสียหายเล่าว่า ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีพระรูปหนึ่ง แอดขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ค ก่อนทักหาชวนคุยวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ลักษณะการสนทนาเหมือนพยายามคุกคาม ขอวิดีโอคอล ดูเรือนร่าง และพยายามส่งข้อความบอกรัก ทั้งที่ตนเองมีสามีอยู่แล้ว
เมื่อตนเองไปสอบถามพระที่รู้จักปรากฏว่าพระรูปนี้เป็นถึงเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ตนเองจึงไปร้องเรียนกับสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมาซึ่งได้รับข้อมูลมาว่า พระรูปดังกล่าวสติไม่ดี และไม่มีการดำเนินการอะไรให้ตนเองจึงตัดสินใจร้องเรียนมายังหมอปลา เพื่อต้องการให้พระรูปนี้สึก
ส่วนผู้เสียหายอีกรายคือ นาง วรรณวิสา ประทุมวัน อายุ 49 ปี บอกว่า ตาของเธอถูกโกงเงินค่าก่อสร้างศาลาและแทงค์น้ำวัดแห่งหนึ่งใน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อ20ปีที่แล้ว เจ้าอาวาสและกรรมการวัดมีการขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วยุติการก่อสร้าง โดยขณะนั้นได้สร้างแล้วเสร็จบางส่วน และตาได้สำรองจ่ายค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง ไปกว่า 1ล้าน2แสนบาท
เมื่อมีการทวงถามเงินส่วนนี้ก็ไม่ได้รับการคืนให้ จนตาของตนเองเสียชีวิต และได้เขียนพินัยกรรมให้ลูกหลานทวงถามเงินส่วนนี้ต่อ ซึ่งที่ผ่านมาทางครอบครัวได้ ร้องเรียนทั้งสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ช่วยดำเนินการให้วัดคืนเงินแต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนขณะนี้พระเจ้าอาวาสได้เลื่อนขั้นเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะจังหวัดแล้ว
สำหรับการยื่นหนังสือวันนี้มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับเรื่องโดยบอกว่าจะส่งดำเนินการต่อ ขณะที่ หมอปลาก็บอกว่า จะติดตามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนสองเรื่องนี้อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ และจะพาเหยื่อรายใหม่อีกสองคน ที่ถูกวัดโกงเงินมายื่นหนังสือร้องเรียนด้วย