นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์ที่กำลังพิสูจน์อยู่ คือ พิสูจน์ความเป็นแม่ลูกกันของแตงโมกับ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน ว่า เป็นแม่ลูกกันจริงหรือไม่
ส่วนมูลเหตุที่สงสัยความเป็นแม่ลูก นายอัจฉริยะ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก” โดยตัวเองกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์เรื่องดังกล่าว ไม่กลัวหน้าแตก เพราะตัวเองแค่ตั้งข้อสงสัย ถ้าหากจริง เรื่องก็จบ
ข่าวลือเรื่องนางภนิดา ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของแตงโมนั้น เคยเป็นข่าวดังมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน หลังหญิงวัย 49 ปี ชาวอุบลราชธานี เคยออกมาเปิดเผยว่า แตงโมนั้นเป็นลูกของนางไพรัช ผู้เป็นพี่สาว ซึ่งได้เสียชีวิตลงแล้ว และอยากให้แตงโมมาเคารพศพผู้เป็นแม่
โดยยืนยันว่า นางไพรัช เป็นอดีตภรรยา นายวีระศักดิ์ อาชีพวิศกร ตั้งชื่อลูกว่าแตงโม ลูกของนางไพรัช เกิดวันที่ 13 ก.ย. แต่ต่อมาทั้งสองมีปัญหากัน และนายวีระศักดิ์ พ่อของแตงโม ได้พาแตงโมหนีไป รวมถึงเอกสารต่าง ๆ จนพี่สาวประสบอุบัติเหตุก่อนเสียชีวิต ก็ยังบอกว่า อยากเจอลูกสาว แต่ญาติพยายามติดต่อไป พ่อของแตงโมก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธจนเรื่องเงียบไป
ภายหลัง แตงโม ได้เคยออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการพร้อมกับ นางภนิดา มาโชว์หลักฐานใบสูติบัตรของตนเองให้สื่อมวลชนดูว่าเป็นแม่ลูกกันจริง ๆ
ด้าน นายษิทรา เบี้ยงบังเกิด ทนายความ ประกาศพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยนายอัจฉริยะ เพราะค้านสายตาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีนายอัจฉริยะในหลายคดีติดต่อกัน แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเปิดหลักฐานทั้งหมดให้เขาดูก่อนว่ามีจริงหรือไม่
ซึ่งอยู่ ๆ นายษิทรา ประกาศว่า พร้อมที่จะลืมเรื่องบาดหมาง ระหว่างตัวเขาเองกับนายอัจฉริยะ เพื่อช่วยทำคดีแตงโม แต่มีเงื่อนไข 1 ข้อ คือ ต้องมีหลักฐานเด็ด เช่น คลิปที่เห็นมีดกรีดขา หรือ มีการรับสารภาพของคนบนเรือ ที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นการฆาตรกรรมจริง พร้อมบอกด้วยว่า หากนายอัจฉริยะไม่กล้าเปิด เขาพร้อมพลีชีพเสี่ยงคุกเปิดเผยให้เอง เชื่อว่านายอัจฉริยะน่าจะมีหลักฐานเด็ดอยู่จริง และไม่เชื่อว่านายอัจฉริยะจะกล้าโกหกต่อสังคม แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็แยกย้าย ส่วนเรื่องฟ้องร้องหมิ่นประมาทแม่ของแตงโมจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย
ทนายตั้ม ออกตัวช่วยอัจฉริยะ แต่ขอดูหลักฐานก่อน
โซเซียลแห่อาลัย “น้องน้ำแข็ง” ต่อสู้กับโรคมะเร็งจนวาระสุดท้าย