นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ DSI ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมกับเอกสารสำนวนของคดีแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ จำนวนหลายแฟ้ม เพื่อมอบให้ ป.ป.ช.พิจารณา พร้อมเปิดเผยว่า
ขณะนี้สำนวนคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ป.ป.ช. แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือเนื้อหาในสำนวนได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้ และการเปิดเผยอาจมีความผิดทางอาญา
ส่วนเอกสารและสำนวนที่นำส่งในวันนี้ มีจำนวนค่อนข้างมาก พอสมควร จากนี้จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตรวจสอบ และพิจารณาตามขั้นตอน หาก ป.ป.ช. มีการเรียกให้เข้าไปให้ถ้อยคำ หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ก็พร้อมดำเนินการให้ความร่วมมือ โดยทาง ป.ป.ช. ลงเลขหนังสือรับที่ 33588 วันที่ 26 ส.ค. 2569 เวลา 10.00 น.
ขณะที่ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ก็ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์ และนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ในครั้งนี้ด้วย โดยอาจารย์ปานเทพ ระบุว่า ในคดีของแตงโมเริ่มต้นจากการที่นายอัจฉริยะ และแม่ของแตงโม เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง DSI หลังจากนั้นทาง DSI ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน แสดงให้เห็นว่า DSI มีเจตนาในการรับเรื่องตั้งแต่แรก เมื่อตั้งคณะทำงานแล้ว ก็ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนทั้งหมด ว่าการร้องทุกข์เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
เมื่อเจอเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ก็จะต้องยื่น ป.ป.ช.ตามประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ ป.ป.ช. จะต้องชี้ว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ชัดเจนว่าไม่ใช่การยุติคดีตามที่มีคนพยายามปล่อยข่าวก่อนหน้านี้
ซึ่งเอกสารที่ DSI นำมาวันนี้ มีทั้งหมด 54 แฟ้ม เอกสารนับหมื่นแผ่น ซึ่งมีเอกสารมากกว่าที่จะยุติคดี ซึ่งในขั้นตอนนี้อธิบดี DSI ก็เห็นชอบด้วยในการส่งต่อ มายัง ป.ป.ช. แสดงให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และพยายามบิดเบือนคดีความจริง จึงได้นำมาไต่สวนและพิจารณา
หลังจากนี้ ป.ป.ช. มีเวลา 30 วัน โดยมี 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1. หาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วไม่ร้ายแรงก็ส่งกลับมายัง DSI หรือ 2. ถ้าต้องการความร่วมมือในการสอบสวนเพิ่มเติม สามารถส่งเรื่องให้ DSI ทำการสอบเพิ่มเติมได้ และหากเห็นว่ามีมูล ก็จะต้องชี้มูลความผิด เสร็จแล้วต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย คือ สั่งฟ้องต่อไป
อาจารย์ปานเทพ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ยังต้องสู้กันอีกหลายยก สิ่งที่ทุกคนต่อสู้กันมาตลอด 4 ปีไม่สูญเปล่า จนสามารถนำมาสู่ขั้นตอนนี้ได้สำเร็จ บุคคลสำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือ นายอัจฉริยะ และแม่ของแตงโม ที่สละตัวเองในเรื่องนี้ ให้พวกเราสามารถเข้าถึงข้อมูลและนำมาสู่ขั้นตอนนี้ได้ และในขณะเดียวกัน DSI ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีจำนวนมาก กระทั่งเมื่อวานนี้ยังไม่กล้าเปิดตัวว่าเป็นใครในคณะกรรมการสืบสวนคดีแตงโม พูดแค่ว่าไม่มีข้อมูลอยู่จริงสั่งยุติคดีแล้ว แต่ในทางกฎหมายที่มาถึงขั้นตอนนี้ได้แสดงว่าคืบหน้าไปอีก 1 ขั้นแล้ว