นายภัทรพงศ์ ไชยปุรณะ ทนายความ ของ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) อดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนและคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นทางกฎหมาย เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของแตงโม ว่า
1. คดีแตงโมผ่านการการสอบสวนของตำรวจแล้ว กระทั่งพนักงานอัยการส่งฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาแล้ว ส่วนการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลได้
2. การสอบสวนเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานฯ เพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ส่วนการสืบสวน เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
3. เจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ทำคดีได้เฉพาะคดีพิเศษ ถ้าจะรับคดีที่กรมฯ ไม่มีอำนาจต้องมีมติตามขั้นตอน
4. คดีการเสียชีวิตของดาราสาวที่ศาลจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น จำเลยที่ปฏิเสธ ถ้ามีการอุทธรณ์คดียังไม่ถึงที่สุด ส่วนจำเลยที่รับสารภาพ ศาลพิพากษาจนเลยระยะเวลาอุทธรณ์แล้วจึงถึงที่สุด
5. ศาลแต่ละศาลมีอำนาจตามเขตอำนาจ ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลอาญา พิพากษาคดีของศาลนนทบุรีได้
6. ข้อกฎหมายเรื่องพยานหลักฐานใหม่ ใช้กรณีสั่งไม่ฟ้อง แต่อัยการฟ้องทุกข้อหายังไม่มีกฎหมายให้อำนาจดำเนินคดีซ้ำ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิอาญา ม.39(4)
7. การรื้อคดี ต้องเป็นฝ่ายจำเลย (คดีถึงที่สุด) ไม่มีกฎหมายให้ผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายรื้อคดีได้
8. การส่งหนังสือราชการ การรับหนังสือ ออกเลขเป็นงานสารบัญตามปกติ แต่เนื้อหาต้องพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย ใครจะยื่นหนังสือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรักษาสิทธิ์ของประชาชนก็ย่อมได้ อยู่ที่ดุลพินิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษรับทำให้
9. ข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ต้องรับโทษ สาระสำคัญคือ โทษของผู้ต้องหาต้องระบุข้อหาได้และผ่านการสอบสวนว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง ประสงค์จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษตามข้อหานั้น ส่วนการคาดเดาว่า ผู้ต้องหาน่าจะมีแนวโน้ม อาจจะทำเช่นว่านี้ในทางกฎหมาย ถ้าหน่วยงานตัวเองยังไม่ชัวร์ว่ามีการกระทำผิด จะให้หน่วยงานอื่นชัวร์ได้อย่างไร