นายวิลาส เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการ MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ MEA และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความพร้อมระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำคลองกะจะ เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่การระบายน้ำที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ โดยดูการทำงานของเครื่องสูบน้ำ และตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าภายในสถานีสูบน้ำ
นายวิลาส ระบุว่า การลงพื้นที่วันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่ MEA ดำเนินการเป็นปกติในทุกฤดูฝน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
พร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินและขัดข้องต่า ๆ ของสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และบ่อสูบน้ำ ใน กทม. ที่อยู่ในความดูแลของ MEA 364 แห่ง โดย MEA มีการเชื่อมโยงระบบจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีสูบน้ำทุกแห่งใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เพื่อสั่งการจ่ายไฟอัตโนมัติ ซึ่งช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ผู้ว่าการ MEA ระบุอีกว่า ที่ผ่านมา MEA มีแผนการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้กับสถานีสูบน้ำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาด้านระบบไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านกายภาพ เช่น การตัดแต่งกิ่งไม้ และตรวจสอบป้ายต่างๆ ที่อยู่ใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานีสูบน้ำแต่ละแห่งและตามจุดสำคัญ โดยทำงานบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำทุกแห่ง และศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร
ส่วนแผนป้องกันกรณีไฟฟ้าดับ ผู้ว่าการ MEA ระบุว่า มีระบบ IOT ตรวจจับระบบไฟฟ้าดับในกลุ่มสถานีสูบน้ำนำร่องในพื้นที่การไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวา และ การไฟฟ้านครหลวงเขตบางใหญ่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับได้รวดเร็ว
นอกจากนี้ MEA ยังพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถแจ้งเหตุไฟฟ้าดับ ผ่านช่องทาง MEA Smart Life Application ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ผ่านระบบปฏิบัติการ Field Force Management (FFM) และระบบแผนที่ GIS ของ MEA ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อดำเนินการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนประเด็นเรื่องการจัดระเบียบสายสื่อสาร ผู้ว่าการ MEA ระบุว่า ที่ผ่านมามีการจัดระเบียบโดยตลอด โดยใช้วิธีทำคอนเหล็กให้โอเปอเรเตอร์พาดตามร่องที่ได้รับอนุญาต โดยมีแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวก และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการบูรณาการระหว่างกระทรวงมหาดไทย กสทช. MEA และการไฟฟ้าอีก 2 แห่ง ร่วมวางแผนจัดระเบียบสายไฟ โดยมีเป้าหมายกว่า 1,500 กิโลเมตร ภายในปี 2567
ส่วนกรณีเหตุเพลิงไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าที่สำเพ็ง นายวิลาส ระบุว่า หม้อแปลงในบริเวณที่เกิดเหตุ มีการติดตั้งในระบบ 5 ชุด ถูกเพลิงไหม้ไปเพียง 1 ชุด แต่ MEA จะระงับการใช้ทั้ง 4 ชุดที่เหลือเพื่อนำมาตรวจสอบ และนำลูกใหม่ลูกใหม่ไปติดตั้ง
ส่วนหม้อแปลงอื่นๆ ที่เหลือในเขตกรุงเทพชั้นในประมาณ 450 ลูก MEA จะเข้าไปตรวจสภาพหม้อแปลง และตรวจสอบสภาพน้ำมันทั้งหมด โดยตั้งเป้าดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน
สภาพอากาศวันนี้! เหนือ-อีสาน-ใต้ เจอฝนกระหน่ำ กทม.โดน 60%
บรรยากาศ 30 สาวงาม “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022” รับสายสะพาย ก่อนเข้ากองร่วมกิจกรรม