แก๊งเงินกู้หยอดกาวประตูบ้าน “แม่ค้าติดโควิด-19”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม่ค้าย่านสายไหมถูกเซลล์ปล่อยเงินกู้หยอดกาวร้อนที่แม่กุญแจประตูบ้านจนเข้าบ้านไม่ได้ ต้องนั่งรอหน้าบ้านกว่า 3 ชั่วโมง สุดท้ายทนไม่ไหว ร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอดมาช่วยตัดกุญแจ พร้อมระบายความอัดอั้นว่า เจอเจ้าหนี้รายนี้ทวงหนี้ด้วยการคุกคามสารพัดรูปแบบมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

หน้าบ้านของแม่ค้ารายนี้ยังมีป้ายฟิวเจอร์บอร์ดเขียนห้อยไว้ ระบุข้อความ “เงินกู เอามาคืน” หลังจากเมื่อคืนบ้านหลังนี้ถูกหยอดกาวร้อนที่แม่กุญแจประตู ทำให้เธอเข้าบ้านไม่ได้ จึงไปร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอดเข้ามาช่วยเหลือ

แม่ค้าวัย 44 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เธอเริ่มกู้เงินนอกระบบ ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังพี่สาวล้มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล 2 เดือน และเธอต้องเป็นคนจ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบของพี่สาว เนื่องจากไปเซ็นค้ำประกันไว้ ซึ่งเฉพาะค่าดอกเบี้ย ตกวันละ 3,000 บาท

สุดท้ายเธอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ต้องไปกู้นอกระบบมา 3 เจ้า โดยทยอยกู้ในช่วงเดือน พ.ค. - ก.ค. เป็นแบบ “ดอกลอย” 2 เจ้า และ “รายวัน” อีก 1 เจ้า รวมเงิน 38,000 บาท

โดยเป็นลักษณะการกู้แบบ “ดอกลอย” ดอกเบี้ยจะโหดมาก เพราะจะได้เงินไปเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดที่กู้จริง และระหว่างที่ยังใช้เงินต้นไม่ครบ ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 2 เปอร์เซ็นต์ทุกวัน แตกต่างจากเงินกู้ “รายวัน” ปกติ ที่จะได้เงินครบตามจำนวนกู้ แล้วผ่อนชำระทั้งต้นและดอกรวมเป็นงวดตามที่ตกลงกัน

เมื่อแจกแจงยอดหนี้ของแม่ค้ารายนี้ เธอกู้เงินจากเจ้าหนี้เจ้าแรกในเดือนพฤษภาคม เป็นแบบ “ดอกลอย”  ยอดเงิน 20,000 บาท แต่ได้เงินจริง 16,000 บาท ระหว่างที่ยังจ่ายต้นไม่ครบ เธอต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 400 บาท

ต่อมาประมาณ 1-2 เดือน เธอกู้เงินเพิ่มจากเจ้าที่ 2 แบบ “ดอกลอย” จำนวน 10,000 บาท แต่ได้เงินจริง 8,000 บาท และต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาท

จากนั้นเธอกู้เจ้าที่ 3 แบบรายวัน โดยกู้เงิน 8,000 บาท และต้องทยอยจ่ายทั้งต้นและดอก วันละ 400 บาท จำนวน 24 วัน เมื่อจ่ายครบจะเป็นเงิน 9,600 บาท เท่ากับว่าเธอเสียดอกเบี้ย 1,600 บาท

โดยเจ้าหนี้ที่เป็นคนมาหยอดกาวร้อนไม่ให้เธอเข้าบ้านได้นั้น ผู้เสียหาย บอกว่า เป็นเจ้าแรกที่เธอกู้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมาเขย่าประตูบ้าน ปาก้อนหินใส่หน้าต่าง ทวงถามดอกเบี้ยเธอหลายครั้งจนลูกสาววัย 8 ขวบผวา นอกจากนี้ยังเคยไลน์มาขู่ว่าจะเผาบ้าน เมื่อเธอขอผ่อนผันหรือขอให้ลดดอกเบี้ยก็ไม่ยอม จนครั้งนี้เธอทนไม่ไหว ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเขตสายไหมต้องรอด และแจ้งความดำเนินคดี โดยยืนยันไม่ได้จะหนีหนี้ แต่อยากเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้ เพราะเงินที่หามาได้แต่ละวัน ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยซึ่งโหดมาก พร้อมยืนยันว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะกู้หนี้นอกระบบ แต่สาเหตุที่ต้องกู้ เพราะมันตันไปหมด กู้ในระบบก็ไม่ผ่าน เคยถึงขั้นจะกินยาฆ่าตัวตาย แต่ลูกสาวห้ามไว้

ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.สายไหม พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ ทีมงานสายไหมต้องรอด ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย โทรศัพท์เข้ามาตอนประมาณตี 3 ว่าเข้าบ้านไม่ได้ เพราะว่าถูกเจ้าหนี้เอากาวร้อนมาหยอดประตูบ้าน ทำให้ทีมงานเข้าไปตัดแม่กุญแจให้ โดยสาเหตุที่ทำให้จ่ายหนี้ไม่ได้ เพรราะคิดดอกเบี้ยรวมๆ ร้อยละ 60 ต่อเดือน แต่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายติดโควิด ไม่สามารถไปขายของได้ เพิ่งจะหายจากโควิดได้ 2 วัน แล้วออกไปขายของหาเงิน พอกลับบ้านมาก็เจอกุญแจถูกหยอดกาวร้อน

โดยนายเอกภพ มองว่า การเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แต่ถ้าเจ้าหนี้ข่มขู่คุกคาม ปล่อยเงินกู้เกินกฎหมายกำหนด ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน ส่วนหากคนจะมองว่า รู้ว่าดอกเบี้ยร้อยละ 60 แล้วจะไปกู้ทำไมนั้น ต้องทำความเข้าใจคำว่าคนหาเช้ากินค่ำด้วย โดยวันนี้ผู้กำกับการ สน.สายไหม ยืนยันว่า จะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจ ไปดูแลผู้เสียหาย หากยังพบว่ามีการคุกคามอีก ก็จะแจ้งข้อหาหนักขึ้น

ขณะที่ พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผู้กำกับการ สน.สายไหม เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลเบื้องต้น ล่าสุด ฝ่ายสืบสวนพอจะทราบตัวเจ้าหนี้ที่คาดว่าเป็นรายที่มาก่อเหตุแล้ว ซึ่งพบว่ามีประมาณ 2 คน โดยตำรวจจะติดตามตัวมาสอบถาม พร้อมยืนยันว่าการเป็นหนี้ต้องใช้คืน แต่การทวงหนี้ที่ผิดขั้นตอน ผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการ 

กูรูนางงามเคาะ ใครมีลุ้นมง Miss Universe Thailand 2022

โควิดวันนี้ (29ก.ค.65) คร่าชีวิตเพิ่มเฉียด 40 ราย ยอดติดเชื้อพุ่ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ