วันที่ 4 พ.ค. 69 นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ
นางสาวเอ เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อเดือน ต.ค. 2568 ขณะที่เธอทำงานเป็น PR ร้านเหล้า ได้รู้จักกับลูกค้าชายคนหนึ่งซึ่งดูอัธยาศัยดี และออกตัวว่าเป็นนายทุนเงินกู้ หากขัดสนให้ติดต่อได้ จนกระทั่งเดือน พ.ย. เธอมีความจำเป็นต้องใช้เงินจึงขอกู้ก้อนแรก 5,000 บาท โดยจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาท
ต่อมาเธอต้องการเงินอีก 5,000 บาท เพื่อส่งกลับไปให้แม่ที่ต่างจังหวัด แต่นายทุนรายเดิมกลับยื่นเงื่อนไขสุดโสมมว่า หากจะกู้เพิ่มต้องส่ง "ภาพและคลิปวิดีโอโป๊เปลือย" มาให้เพื่อเป็นหลักประกัน พร้อมขยับดอกเบี้ยเป็นวันละ 400 บาท ด้วยความจนปัญญาเธอจึงจำใจยอมทำตาม
สรุปยอดหนี้ เงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว (พ.ย. 68 – มี.ค. 69) กว่า 70,000 บาท สถานะปัจจุบัน เงินต้นยังอยู่ครบ และถูกบังคับให้ "ขัดดอก"
เมื่อถึงจุดที่หาเงินส่งดอกเบี้ยไม่ไหว นายทุนได้ใช้คลิปโป๊ที่เก็บไว้มาข่มขู่ บังคับให้เธอมาพบเพื่อมีเพศสัมพันธ์เป็นการขัดดอกแทนการจ่ายเงิน ซึ่งเธอต้องยอมทำด้วยความอัปยศเพราะกลัวคลิปหลุด ล่าสุดนายทุนยังพยายามเรียกตัวไปอีกครั้ง พร้อมขู่ว่าหากไม่มาจะ "ขายหนี้" ให้คนอื่นมาจัดการต่อ ซึ่งอาจต้องไปขัดดอกกับเจ้าหนี้รายใหม่แทน
"หนูเครียดมากจนต้องดรอปเรียน เพราะกลัวเขาตามไปที่มหาวิทยาลัย เคยคิดสั้นอยากฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง แจ้งความก็ไม่กล้า เพราะเขาขู่ว่าเคลียร์ตำรวจไว้หมดแล้ว" นางสาวเอระบุ
ด้านนายเอกภพกล่าวว่า คดีนี้เข้าข่ายความผิดหลายกระทง ทั้งการปล่อยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ข่มขืนใจผู้อื่น และกระทำชำเราโดยใช้คลิปข่มขู่ ถือเป็นการรีดรอนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นสตรีอย่างร้ายแรง
"การอ้างว่ารู้จักตำรวจและเคลียร์ได้ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ผมจะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความทันที เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน ถ้าตำรวจเอาจริงจับได้แน่นอน และต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า กฎหมายยังศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้มีไว้ให้คนชั่วมาแอบอ้างเคลียร์หน้าเสื่อ" นายเอกภพกล่าว
ทั้งนี้ เพจสายไหมต้องรอดเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวนายทุนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป