คลิปวิดีโอที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรายนี้ ระบุว่า ตนเองยิงปลาด้วยฉมวก โดยเจตนาลงดำน้ำลึกลงไปถึง 30 เมตร ทำให้งานนี้ ชาวเน็ตไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งจนเกิด #ฝรั่งจับปลานกแก้ว ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย
ขณะที่ เฟซบุ๊กเพจ "หมอแล็บแพนด้า" ก็มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวรายนี้ อยู่บนเรือหางยาวนำเที่ยว มีการจับปลานกแก้วร้อยเป็นพวง พร้อมข้อความระบุว่า "มีคนแจ้งเข้ามาเยอะเลยครับ ชาวต่างชาติโพสต์ติ๊กต๊อกจับปลานกแก้วในบ้านเราเป็นพวงเลย เอาไงดี"
เช่นเดียวกับ อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลและรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความ “ภาพใน tiktok ส่งให้ผู้บริหารในกระทรวงแล้วครับ ตอนนี้พอทราบจุดแล้ว กำลังตามกันอยู่ครับ”
ซึ่งจากการตรวจสอบแอปติ๊กต๊อกของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว พบว่ามีการลบคลิปยิงปลาของตัวเองออกไปแล้ว
พบลูกแมวลายหินอ่อน สันนิษฐานเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์
ด้าน นายฑีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายหนุ่มในคลิป ยืนถือปลานกแก้ว 3 ตัว ปลาไม่ทราบชนิด 2 ตัว และใช้มีดแทงหัวปลาไหลทะเล 1 ตัว พื้นที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณเกาะพีพีเล ใกล้กับ อ่าวมาหยา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเปรียบเทียบพิกัดที่เกิดเหตุตามคลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งทราบว่าเรือที่ก่อเหตุชื่อเรือ "เอวาริน" และทราบชื่อคนขับเรือแล้ว อยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุด ทีมข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ยอดทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพีพี บอกว่า ในช่วงเย็นวันนี้ ได้เรียกตัว คนขับเรือ และ เจ้าของเรือนำเที่ยว ชื่อเรือ "เอวาริน" มาสอบปากคำ พร้อมยืนยันตัวบุคคลนักท่องเที่ยวต่างชาติรายดังกล่าว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ
เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ได้เดินทางออกจากเกาะพีพี ไปแล้ว ก่อนจะโพสต์คลิปลงโพสต์ติ๊กต๊อก เมื่อวานนี้
ขณะที่ ทีมข่าวได้รับการเปิดเผยจากคนขับเรือนักท่องเที่ยวในเกาะพีพีรายหนึ่ง บอกว่า ปกติเวลารับนักท่องเที่ยวขึ้นเรือเพื่อไปดำน้ำหรือไปล่องเรือตามจุดต่างๆ คนขับเรือจะต้องบอก หรือมีข้อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ หรือไปทำลายปะการัง กรณีที่เกิดขึ้น ตนทราบว่าทางคนขับเรือที่พานักท่องเที่ยวรายนั้นไป ได้พยายามห้ามปรามแล้ว แต่นักท่องเที่ยวกลับไม่ฟัง
ซึ่งเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวยิงปลานกแก้วนั้น ไม่ค่อยเกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเห็นนักท่องเที่ยวเข้าไปดำน้ำใกล้แนวปะการัง หรืออาจจะทิ้งขยะลงในทะเลมากกว่า ซึ่งคนขับเรือก็จะต้องคอยห้ามเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
สำหรับ "ปลานกแก้ว" เป็นปลาทะเลที่มีปากคล้ายนกแก้ว สีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลง ส่งผลกระทบระบบนิเวศโดยรวมเสียสมดุล ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า
เพราะปลานกแก้วมีหน้าที่สำคัญคือการกินสาหร่ายที่มักขึ้นคลุมแนวปะการังหลังปะการังตายจากเหตุปะการังฟอกขาว ถ้าไม่มีปลานกแก้ว สาหร่ายจะขึ้นคลุมพื้นที่ทำให้ตัวอ่อนปะการังไม่มีที่ลงเกาะ แล้วก็จะไม่มีปะการังตัวอ่อนมาทดแทนตัวเก่า จึงทำให้ ปลานกแก้ว เป็นสัตว์ทะเลที่ต้องอนุรักษ์ และมีการรณรงค์ให้หยุดกิน
ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีประกาศ ฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ